APP DOWNLOAD: iPhoneAndroidAPK

ร.อ.ธรรมนัฐ พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2562 ที่ผ่านมา ณ หอประชุมกาญจนาภิเษก มหาวิทยาลัยแม่โจ้ อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิธีเปิดและมอบนโยบายโครงการประชารัฐสร้างไทย พัฒนาล้านนา การขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน โดยมี นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ,นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ,นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และ ร.อ.ธรรมนัฐ พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมผู้แทนสถาบันการเงินของรัฐและภาคีเครือข่ายสนับสนุนเศรษฐกิจฐานราก ร่วมกิจกรรมจำนวนมาก

โอกาสนี้ ร.อ.ธรรมนัส ได้ร่วมมอบนโยบายช่วงหนึ่งว่า วันนี้เป็นโอกาสดีที่ 8 จังหวัดล้านนา มีส่วนในการเปิดโครงการประชารัฐสร้างไทย พัฒนาล้านนาการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน โดยเลือกจังหวัดเชียงใหม่ ที่ถือว่าเป็นเมืองหลวงของล้านนา เป็นสถานที่คิกออฟโครงการ ซึ่งโครงการนี้ จะเป็นความร่วมมือของประชาชนและรัฐบาล เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้ประเทศ ทั้งนี้ ตนเองในฐานะที่เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มั่นใจว่า รัฐบาลจะดำเนินโครงการได้สำเร็จตามเป้าหมาย เพื่อให้ประชาชนและเกษตรกร อยู่ดี กินดี และมีความสุข ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ประเทศมีความเข้มแข็งและยั่งยืน

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน

นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม

จากนั้น ร.อ. ธรรมนัส พร้อมคณะที่ปรึกษาและคณะทำงาน อาทิ ดร.ธนสาร ธรรมสอน นายอัครา พรหมเผ่า นายไผ่ ลิกค์ และนางสาว ธนพร ศรีวิราช ได้ลงพื้นที่ติดตามงานนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่บ้านดู่พงษ์ หมู่2 ตำบลดู่พงษ์ อำเภอสันติสุข จังหวัดน่าน โดยได้มอบแหล่งน้ำเพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำ โครงการคลองส่งน้ำ ภายใต้การดำเนินงานของกรมพัฒนาที่ดิน เพื่อให้เกษตรกร สามารถใช้ประโยชน์ที่ดินได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน ยึดหลักแนวทางการดำเนินงานของคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) พร้อมกันนี้ ร.อ.ธรรมนัส ยังได้มอบหนังสือการอนุญาตเข้าทำประโยชน์ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก. 4-01) แก่เกษตรกร จำนวน 30 ราย ด้วย

ร.อ.ธรรมนัส เปิดเผยว่า การมอบหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยในเขตป่าสงวนแห่งชาติ (ป.ส. 23) ให้แก่ราษฎรอำเภอสันติสุข จังหวัดน่านนั้น เป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าแม่น้ำน่านฝั่งตะวันออกตอนใต้ ครอบคลุมพื้นที่ 3 อำเภอ ประกอบด้วย ตำบลป่าแลวหลวง 10,452 ไร่ ตำบลพงษ์ 5,256 ไร่ และตำบลดู่พงษ์ 7.126 ไร่ นอกจากนี้ ยังมอบปัจจัยการผลิตให้แก่กลุ่มเกษตรอินทรีย์บ้านดอนอภัย หมู่ที่ 3 ตำบลป่าแลวหลวง อำเภอสันติสุข ได้แก่ เมล็ดพันธุ์พืชปุ๋ยสดกากน้ำตาล สารเร่งซุปเปอร์ พด.1 และ ซุปเปอร์ พด.2 จำนวน 20 ราย เพื่อให้เกษตรกรนำไปปลูกบำรุงคุณภาพดินต่อไป

สำหรับแนวการพัฒนาพื้นที่ให้กับเกษตรกรที่ได้รับที่ดินตามโครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล หรือ คทช. ที่ได้จัดสรรให้กับประชาชนในจังหวัดน่านนั้น ขณะนี้มีประมาณมากกว่า 1 ล้านไร่ ซึ่งประสบปัญหาคือไม่มีเจ้าภาพกำกับดูแลในการส่งเสริมพัฒนาด้านอาชีพให้กับเกษตรกรในจังหวัดน่าน ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยตนเองจึงตั้งเป้าหมายที่จะผลักดันที่ดินดังกล่าวให้ไปสู่ที่ดินการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม หรือ ส.ป.ก.ให้ได้ เพื่อนำไปสู่การใช้เงินกองทุนหรือหางบประมาณในการส่งเสริมอาชีพให้กับชาวบ้าน เนื่องจากสภาพดินในจังหวัดน่านนั้น หน้าดินได้ถูกชะล้างออกไปมากจากฝนที่ตกลงมาในฤดูฝน ทางกรมพัฒนาที่ดินจึงจะส่งเสริมเรื่องการปรับคุณภาพดินให้ดีขึ้น เพื่อให้เหมาะกับการทำเกษตร รวมถึงการพัฒนาแหล่งน้ำโดยทำเป็นบ่อน้ำขนาดเล็กให้กับเกษตรกร

ทั้งนี้ จังหวัดน่านเป็นจังหวัดที่มีความจำเป็นในการต้องเข้ามาพัฒนาแหล่งน้ำและดูแลป่า รวมถึงพัฒนาที่ดินทำกิน ซึ่งขณะนี้องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร หรือ อ.ต.ก. จะเป็นผู้จัดหาสถานที่ในการระบายสินค้าให้เกษตรกร แต่ต้องเน้นเรื่องเกษตรอินทรีย์ทั้งสินค้าแปรรูปและสินค้าที่ไม่แปรรูป ซึ่งทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะประสานงานกับผู้ว่าราชการจังหวัดรวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อร่วมกันพัฒนาแบบบูรณาการต่อไป

ส่วนแนวทางการผลักดันพื้นที่ คทช. นั้น จะขยายไปยังจังหวัดอื่นเช่น แม่ฮ่องสอน เนื่องจากมีประชาชนอีกจำนวนมากที่ได้รับความเดือดร้อน ทั้งเรื่องที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย ซึ่งเรื่องนี้ก็เป็นสิ่งที่นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญ เพื่อให้เกษตรกรมีที่ดินทำกินและมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

……………………………………..

ปิโยรส อุทุมเทวา ถ่ายภาพ / กองบรรณาธิการ : รายงาน

Share this: