APP DOWNLOAD: iPhoneAndroidAPK

       ทริปนี้.. เราล้อหมุนกันตั้งแต่เช้าตรู่ ในช่วงเช้าก่อนออกเดินทางมายังจุดหมายปลายทาง ที่ท่าแร่ ผมก็ยกกล้องคู่ใจ เก็บภาพพระอาทิตย์ขึ้น ณ ริมโขง เพื่อเก็บภาพแสงสุดท้ายในยามเช้า ก่อนโบกมือลา นครพนมไปชั่วขณะจิต เพราะต้องออกเดินทางมาเยือนยังที่ “ท่าแร่” เพื่อเยี่ยมชมความงดงามของสถานที่ท่องเที่ยว ที่มีความเก่าแก่ของจังหวัดสกลนครนั่นเอง  

“พี่บอยๆ” รถจะออกแล้วครับ เสียงน้องเจ้าหน้าที่จาก ททท.สาขานครพนม ที่มีชื่อเล่นกันว่า “น้องโตโต้” ที่มีอัธยาศัยดีน่ารัก  ร้องเรียกให้ผมขึ้นรถ “จ้า” ผมขานรับ พร้อมเดินขึ้นรถที่ทาง ททท.นครพนมได้ตระเตรียมเอาไว้ “นานไหมกว่าจะถึง” นักข่าวในรถอีกท่านหนึ่งถามถึงระยะทาง “ประมาณ 45 นาที ก็ถึงละครับ พี่ๆ” โตโต้ตอบด้วยใบหน้าอันยิ้มแย้ม  ผมนั่งหลับตาพักเอาแรง เพื่อเก็บเรี่ยวแรงเอาไปเดินตะลุยเก็บภาพสวยๆ ที่ท่าแร่ อันเป็นจุดหมายปลายทางของทริปในวันนี้   

“ถึงแล้วครับพี่ๆ นักข่าว” เสียงโตโต้ ร้องบอกเมื่อถึงที่หมาย จนผมตื่นขึ้นมา ได้เห็นวิวสวย  ก่อนไปยังท่าแร่เราแวะที่ บ้านคำเกิ้ม ที่ตั้งอยู่ด้านนอกของเมืองนครพนม เพื่อเยี่ยมชม ชุมชนคาทอลิค) เพื่อชมความงามของโบสถ์เก่าที่มีความสวยงาม ประมาณ 15 นาที จึงได้เคลื่อนพุง เอ้ย..เคลื่อนตัวไปยัง ท่าแร่ จ.สกลนคร ซึ่งท่าแร่ที่ว่านี้อยู่ห่างจากตัวเมืองไปประมาณ 21 กม.  

หากเอ่ยถึง “หมู่บ้านท่าแร่” เป็นหมู่บ้านที่มีประชากรนับถือศาสนาคริสต์มากที่สุดในประเทศไทย นับเป็นชุมชนที่มีความเก่าแก่ มีอายุกว่า 100 ปี ชาวบ้านแทบทุกหลังคาเรือนจะนับถือศาสนาคริสต์  ประมาณปี พ.ศ.2427 ประชากรชาวท่าแร่เป็นคริตชน ได้อพยพมาจากประเทศเวียดนามประมาณ 40 คน โดยเข้าอาศัยอยู่ในตัวเมืองสกลนคร และมีบาทหลวงเกโก(มิชชั่นนารีชาวฝรั่งเศส) เป็นผู้ดูแลความเป็นอยู่ แต่เนื่องจากจำนวนประชากรได้เพิ่มมากขึ้น กอปรกับมีปัญหากับเจ้าหน้าที่ของรัฐบางคน จึงได้ย้ายมาตั้งถิ่นฐานใหม่ที่บ้านท่าแร่ ซึ่งเต็มไปด้วยป่าไม้ที่มีหินลูกรังทั่วไป ซึ่งคนพื้นเมืองจะเรียกว่า “หินแฮ่” และยังเป็นที่ตั้งของอัครสังฆมณฑลท่าแร่ หนองแสง หรือสำนักมิสซังท่าแร่ฯ

หมู่บ้านนี้มีผังเมืองเป็นรูปสี่เหลี่ยมแบบตารางหมากรุก คล้ายกับบ้านเมืองในแถบประเทศตะวันตก นอกจากนี้ยังมีบ้านเรือนสถาปัตยกรรมแบบฝรั่งเศส ที่ยังคงความงดงาม ตั้งอยู่เรียงรายทั้งสองข้างทางในถนนสายหลักของหมู่บ้านเป็นจำนวนมากอีกด้วย

ในทุกๆ วันที่ 25 ธันวาคม ของทุกปี ชุมชนแห่งนี้จะจัดเทศกาลแห่ดาวคริสต์มาส โดยจัด “ขบวนแห่ดาวคริสต์มาส”  ที่ อ.เมือง โดยเชื่อว่า “ดาว” เป็นสัญลักษณ์ของการเสด็จลงมาประสูติบนโลกมนุษย์ของพระเยซู ขบวนรถจะตกแต่งด้วยดาวขนาดใหญ่ ประดับประดาด้วยดวงไฟวิทยาศาสตร์หลากสีสันอย่างสวยงาม และจะสื่อถึงเรื่องราวการประสูติของพระเยซู ในทุกๆ ปี จะมีรถดาวเข้าร่วมขบวนกว่า 200 คัน ชาวบ้านก็จะตกแต่งโคมไฟรูปดาวไว้ที่หน้าบ้าน จากนั้นเป็นการเฉลิมฉลองในหมู่ชาวคริสต์ มีการร้องเพลงประสานเสียง การประกวดร้องเพลงคริสต์มาส มีการจำหน่ายสินค้า และมีมหรสพทั้งคืนอีกด้วย.

***ขอขอบคุณ “การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สาขาจังหวัดนครพนม” ที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการถ่ายทำสารคดีในครั้งนี้   สอบถามรายละเอียดข้อมูลการเดินทางท่องเที่ยวได้ที่ :  การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานนครพนม (พื้นที่รับผิดชอบ : กลุ่มจังหวัดสนุก สกลนคร นครพนม มุกดาหาร) เลขที่ 184/1 ถนนสุนทรวิจิตร ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครพนม  48000 โทรศัพท์ 042-513490-1 โทรสาร 042-513492 E-mail : tatphnom@tat.or.th , tatnakhonphanom@gmail.com Facebook.com/tatnakhonphanom  FB Fanpage : ททท.สำนักงานนครพนม

Story / Photo : Piyoros Uthumdhewa / Editor in Chief  and Editor Photo 

E mail  :  aseanecon.piyoros.editor@gmail.com

Share this: