APP DOWNLOAD: iPhoneAndroidAPK

หากเอ่ยถึงมณฑลหูเป่ย์ อันเป็นจุดยุทธศาสตร์ยอดปรารถนาของบรรดานักวางแผนการทหารมาแต่โบราณกาล เมื่อยุคกว่า 1700 ปีที่แล้ว บริเวณนี้เป็นสนามรบในยุคสามก๊ก (ค.ศ.220-280) ทัพโจโฉ เล่าปี่ ซุนกวน ได้มาปะศึกกันหลายครั้งหลายครา ในวรรณกรรมสามก๊กที่มีเนื้อหา 120 ตอนนั้น มีถึงกว่า 70 ตอนที่เกี่ยวข้องกับมณฑลหูเป่ย์ ซากโบราณคดีจากยุคสามก๊กก็ยังกระจัดกระจายอยู่ทั่วมณฑลหูเป่ย์ มณฑลหูเป่ย์เป็นศูนย์กลางที่เป็นองค์ประกอบสำคัญของวัฒนธรรมจีน โดยเป็นแหล่งวัฒนธรรมฉู่ ที่มีความรุ่งโรจน์ในยุคชุนชิว (770-475 ก่อน ค.ศ.) และยุคสงคราม หรือยุคจั้นกั๋ว (476-221 ก่อน ค.ศ.)

สิ่งที่สวรรค์ได้ประทานพรให้แก่มณฑลหูเป่ย์ ทำให้ยืนยงมานับพันๆ ปี นั่นคือ ภูมิประเทศที่ตั้งอยู่ช่วงตอนกลางของแม่น้ำแยงซีเกียง หรือที่จีนเรียกว่า “ฉังเจียง” ซึ่งมีต้นน้ำอยู่ที่ที่ราบสูงทิเบตบริเวณมณฑลชิงไห่ นับเป็นแม่น้ำที่ยาวที่สุดในทวีปเอเชียด้วยความยาว 6,300 กิโลเมตร และยาวเป็นอันดับสามของโลกไหลผ่านมณฑลหูเป่ย์จากทิศตะวันตกไปทิศตะวันออก มีความยาวทั้งสิ้น 1,041 กิโลเมตร นอกจากนี้ยังมีแม่น้ำฮั่นเจียงที่ขึ้นชื่อในความงดงามไหลผ่านมณฑลหูเป่ย์จากทิศเหนือไปทางทิศใต้ 878 กิโลเมตร และทะเลสาบนับพันแห่ง ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้มณฑลหูเป่ย์ได้รับการขนานนามว่าเป็นเมืองแห่งอู่ข้าวอู่น้ำ อีกทั้งเป็นเส้นทางคมนาคมไปยังเขตต่างๆ

มณฑลหูเป่ย์ มีพื้นที่ทั้งสิ้น 185,900 ตารางกิโลเมตร มีประชากร กว่า 61 ล้านคน และมีนครอู่ฮั่นเมืองเอก เมื่อเส้นทางรถไฟความเร็วสูงสายอู่ฮั่น -ก่วงโจว และสายอื่นๆ ทยอยเปิดบริการในช่วงไม่กี่ปีมานี้ นครอู่ฮั่นกลายเป็นศูนย์กลางของจีนตอนกลางโดยพื้นที่ล้อมรอบในรัศมี 1,200 กิโลเมตร เป็นกลุ่มเมืองขนาดใหญ่และเมืองขนาดกลางถึง 70 เปอร์เซ็นต์ รวมจำนวนประชากรที่อาศัยในรัศมีฯนี้ ราว 400 ล้านคน การเดินทางไปมาระหว่างกลุ่มเมืองเหล่านี้โดยรถไฟความเร็วสูงใช้เวลาราว 4 ชั่วโมง ก็สามารถไปถึงกรุงปักกิ่งและนครเทียนจินทางทิศเหนือ, นครก่วงโจวและฮ่องกงทางทิศใต้, เซี่ยงไฮ้ หังโจว และไทเปทางทิศตะวันออก, และนครเฉิงตู ซีอัน ทางทิศตะวันตก

อู่ฮั่นยังอาจบูรณาการกับเขตสามเหลี่ยมปากแม่น้ำแยงซีเกียง ที่มีศูนย์กลางอยู่ที่นครเซี่ยงไฮ้ เจียงซู เจ้อเจียง เป็นต้น และเขตสามเหลี่ยมแม่น้ำไข่มุกที่มีศูนย์กลางที่กว่างตง ฮ่องกง และมาเก๊า กลายเป็นวงกลมเศรษฐกิจที่ติดต่อถึงกันภายใน 3 ชั่วโมง ขณะที่ในปัจจุบันอู่ฮั่นมีเที่ยวบินตรงไปยังมหานครต่างๆของโลก ได้แก่ ปารีส, มอสโก, โรม, ดูไบ, ซานฟรานซิสโก, โตเกียว เป็นต้น และยังมีแผนเปิดเที่ยวบินตรงไปยังเมืองใหญ่อื่นๆ อีกด้วย

นอกจากนี้มณฑลหูเป่ย์ยังมีชื่อเสียงในด้านเป็นแหล่งการศึกษาและวิทยาศาสตร์ชั้นนำ โดยเป็นศูนย์การศึกษาใหญ่อันดับที่สามของประเทศจีน มีมหาวิทยาลัยมากกว่า 120 แห่ง อาทิ มหาวิทยาลัยอู่ฮั่น มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีหวาจง มีจำนวนนักศึกษามหาวิทยาลัย และนักวิจัยจำนวนมากเป็นอันดับสามของประเทศจีน รัฐบาลหูเป่ย์ตั้งเป้าไว้ว่าพลังทางด้านการศึกษาและวิทยาศาสตร์ จะช่วยสร้างอุตสาหกรรมเทคโนโลยีชั้นสูงและเทคโนโลยีใหม่ๆ ซึ่งจะเป็นพลังหนุนหลังที่แข็งแกร่งในการผงาดขึ้นของเขตตอนกลางประเทศจีน

อู่ฮั่น นครแห่งแม่น้ำ ยังมีสะพานข้ามแม่น้ำแยงซีเกียงเกือบ 20 แห่ง โครงการก่อสร้างล่าสุด คือ อุโมงค์ลอดใต้น้ำแยงซีเกียงถนนซันหยาง (Sanyang Road Yangtze River Tunnel)  เริ่มสร้างมาตั้งแต่ปี 2014 และเสร็จในปี 2017 มีลักษณะเป็นอุโมงค์ 2 ชั้น มีความยาว 4,650 เมตร มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 15.2 เมตร ชั้นบนเป็นถนน ชั้นล่างเป็นทางรถไฟใต้ดิน

การพัฒนาเศรษฐกิจยุค ความริเริ่มหนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง

ปลายปี 2013 ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ได้ผลักดัน ความริเริ่มหนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง (Belt and Road Initiative) และกำหนดนโยบายให้มณฑลหูเป่ย์เป็นหัวหอกในการพัฒนาพื้นที่ตอนกลางของประเทศสู่ความรุ่งโรจน์ เมื่อไม่กี่ปีมานี้ รัฐบาลท้องถิ่นมณฑลหูเป่ย์ ได้ดำเนินการพัฒนาเศรษฐกิจตามนโยบายปฏิรูปโครงสร้างด้านอุปทาน (Supply-side Structural Reform) ของรัฐบาลกลาง และผลักดันอัตราเติบโตเศรษฐกิจ หรือจีดีพีในปี 2016 ได้ถึง 3.23 ล้านล้านหยวน คิดเป็นอัตราเพิ่ม 8.1 เปอร์เซ็นต์ จัดเป็นมณฑลที่มีจีดีพีสูงเป็นอันดับที่ 7 ของประเทศจีน และถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดีในปีแรกของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติระยะ 5 ปี ฉบับที่ 13 (2016-2020) ของประเทศ

มณฑลหูเป่ย์ได้เปิดศักราชใหม่ของการเปิดกว้างภาคเศรษฐกิจการค้าการลงทุน โดยเมื่อวันที่ 1 เม.ย.60 ได้เปิดเขตทดลองการค้าเสรี (Hubei Pilot Free Trade Zone) ครอบคลุมพื้นที่ 70 ตารางกิโลเมตร เขตการค้าเสรี นี้นับเป็นใจกลางของเขตแสดงนวัตกรรมแห่งชาติตงหู (East Lake National Innovation Demonstration Zone) ซึ่งกินพื้นที่ใหญ่มหึมากว่า 518 ตารางกิโลเมตร

ในด้านส่งเสริมความร่วมมือกับประเทศต่างๆ ตามแนวเขตความร่วมมือเศรษฐกิจ “หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง” ผลักดันความคืบหน้าในโครงการความร่วมมือระหว่างประเทศ 57 โครงการ และมีกลุ่มบริษัทชั้นนำจากกลุ่ม “ฟอร์จูน 500” ถึง 257 ราย เข้ามาลงทุนในมณฑลหูเป่ย์

ท่าเรือยักษ์อู่ฮั่น เสริมสร้างระบบโลจิสติกส์

ท่าเรือหยางหลัว ซึ่งเป็นท่าเรือใหญ่ที่สุดในเมกะโปรเจ็ทสร้างท่าเรือใหม่อู่ฮั่น Wuhan New Port (WNP) ทั้งนี้ ระบบโลจิสติกส์ท่าเรือเป็นปัจจัยสนับสนุนที่แข็งแกร่งในการพัฒนาเศรษฐกิจอู่ฮั่น ท่าเรือหยางหลัว มีพื้นที่ 180,000 ตารางเมตร กำลังดำเนินการขยายความสามารถรองรับการขนส่งตู้สินค้าถึง 500,000 TEUs เมื่อไม่นานมานี้

พร้อมกับดำเนินการปรับปรุงอุปกรณ์สำคัญๆ ในด้านต่างๆ ได้แก่ ติดตั้งเครื่องมืออุปกรณ์ทันสมัยใหม่สำหรับตรวจสอบและกักกันสินค้า เพื่อตรวจจับสินค้าเถื่อนอย่างเช่น ยาเสพติดที่ซุกมาในสินค้า เป็นต้น

จากข้อมูลโครงการ Wuhan New Port ระบุว่า รัฐบาลมณฑลหูเป่ยได้ตัดสินโครงการก่อสร้างท่าเรือใหม่อู่ฮั่น WNP ในปี 2008 มีพื้นที่ทั้งหมด 13,745 ตารางกิโลเมตร โดยจะสร้างโซนท่าเรือ 30 แห่ง ในเมืองต่างๆ 5 เมือง ได้แก่ อู่ฮั่น หวงกั่ง เอ้อโจว เสียนหนิง หวงสือ โซนท่าเรือเหล่านี้ทอดยาว 862 กิโลเมตร ตามแนวชายฝั่งแยงซีเกียง และแผ่บนพื้นที่ 112.9 กิโลเมตร บนฝั่งแม่น้ำฮั่นเจียง โดยมีเป้าหมายขยายความสามารถการขนส่ง 500 ล้านตัน/ปี ภายในปี 2025

การพัฒนาโครงการท่าเรือใหม่ของอู่ฮั่นเป็นไปอย่างรวดเร็ว โดยในปี 2010 WNP ขยายขีดความสามารถขนส่งสินค้า ทะลุ 100 ล้านตัน และในปี 2014 ทำสถิติเป็นท่าเรือในแผ่นดินแห่งแรกบริเวณตอนบนและตอนกลางของแยงซีเกียงที่รองรับการขนส่งตู้สินค้ามากกว่า 1 ล้าน TEUs

ในปี 2015 โครงการ WNP อัดฉีดงบฯลงทุนก้อนใหญ่อีกมากกว่า 26,100 ล้านหยวน สำหรับพัฒนาสินทรัพย์ถาวร เพิ่มจำนวนท่าเทียบเรือ 692 และมีความสามารถรองรับเรือขนาดระวางขับน้ำมากสุดถึง 10,000 ตัน โดยสามารถให้บริการกลุ่มบริษัทขนส่งที่มีเรือขนส่งสินค้าทุกชนิดมากกว่า 1,700 ลำ และความสามารถขนส่งทั้งสิ้น 1.66 ล้านตัน

ปัจจุบันกลุ่มเรือที่มีระวางขับน้ำ 4,000 ตัน ใช้เส้นทางแยงซีเกียงขนส่งสินค้าจากบริเวณท่าเรือใหม่อู่ฮั่น ไปยังท่าเรือหยางซันในนครเซี่ยงไฮ้ และถ่ายตู้สินค้าให้แก่บริษัทขนส่งสินค้าทางทะเลระหว่างประเทศ ส่วนเรือสินค้าที่ระวางขับน้ำมากกว่า 10,000 ตัน สามารถใช้ท่าเรือ WNP เมื่อโครงการขุดลอกทางน้ำแล้วเสร็จภายในปี 2020

ณ เวลานี้ เรือสินค้าขนาดเล็กสามารถเดินเรือจากท่าเรือไปยังประเทศญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน และประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้โดยตรง ซึ่งคาดว่าในปี 2020 ท่าเรือใหม่อู่ฮั่น จะสามารถรองรับเรือสินค้าขนาดระวางขับน้ำ 10,000 ตัน จากประเทศเหล่านี้ ซึ่งการพัฒนาท่าเรือใหม่อู่ฮั่น ได้ใช้จุดได้เปรียบอย่างเต็มที่จากที่ตั้งของภูมิประเทศตอนบน และตอนกลางของแม่น้ำสายเศรษฐกิจแยงซีเกียง…

Report : Piyoros Authumdhewa 

 

Share this: