APP DOWNLOAD: iPhoneAndroidAPK

     จาก...ติวเตอร์ภาษาอังกฤษ ที่สปีคอิงลิชจนไฟแล่บ ! อันเป็นที่รักและชื่นชมของลูกศิษย์ลูกหาหลายๆ อาชีพ และด้วยความที่เธอเป็นคนรักสวยรักงาม ประกอบกับเธอยังมีความชื่นชอบทางด้านแฟชั่นอยู่เป็นทุนเดิม อันเป็นแรงผลักดันให้ “วัลลภา ปาลีนิเวศ” หรือ “คุณ เน้ย”  Founder & Managing Director  เจ้าของแบรนด์ “PALEEN” ก้าวเข้าสู่แวดวงธุรกิจเครื่องประทินผิวพรรณของคุณผู้หญิงได้อย่างเต็มตัว

มีแรงบันดาลใจอย่างไรในการสร้างแบรนด์ PALEEN

        จริงๆ แล้วแบรนด์ PALEEN  เกิดมาจากการที่เราอยากสร้างแรงบันดาลใจ และเป็นกระบอกเสียงให้กับผู้หญิงเอเชียหันมารักและภูมิใจ ในความงามตามแบบของตัวเอง  คุณเน้ยเล่าให้เราฟังว่า อันนี้ต้องขอเท้าความก่อนว่า ก่อนหน้านี้เน้ยเคยช่วยธุรกิจของครอบครัว ซึ่งเป็นธุรกิจเกี่ยวกับการประกันภัย ส่วนหนึ่งเพราะอยากช่วยที่บ้าน และอยู่ใกล้ชิดกับคุณพ่อคุณแม่ แต่พอได้ลองทำแล้ว รู้สึกว่ามันไม่ใช่ทางของเราจริงๆ ก็เลยไปเรียนต่อปริญญาโทด้านแฟชั่นมาร์เกตติ้ง ที่ประเทศสก็อตแลนด์ พอเราได้ไปสัมผัสประสบการณ์บนโลกกว้างมากยิ่งขึ้น เราได้เห็นมุมมองความสวยความงามของผู้หญิงเอเชียหลายๆ คนที่อยากสวย มีความโก้หรูแบบฝรั่ง  และคิดว่าสิ่งนั้นคือสิ่งที่สวยงามที่สุด ทั้งๆ ที่จริงแล้ว ผู้หญิงเอเชียมีแบบฉบับของความสวย และเสน่ห์ของตัวเองด้วยกันทุกคน 

        ณ ตอนนี้ ผู้หญิงหลายๆ คนเริ่มหลงลืมความสวย และรากเหง้าของตนเอง  แต่กลับไขว่คว้า และวิ่งตามความสวยงามของคนอื่น ทั้งหมดนี้จึงทำให้ PALEEN อยากเป็นแรงบันดาลใจ ในการเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวในเรื่องของความงามในแบบดั้งเดิมของผู้หญิงเอเชีย ทั้งนี้เน้ยอยาก เสริมอีกสักเล็กน้อยว่า การที่เราจะตระหนักถึงความสำคัญและรักในรากเหง้า ชาติพันธุ์ วัฒนธรรมดั้งเดิมของตนเองนั้น เราจะไม่จำเป็นต้องทำอะไรแบบสุดโต่ง เพราะผู้หญิงเอเชียสมัยใหม่ในมุมมองของเน้ย ก็คือ ต้องปรับตัวตามโลกและยุคสมัย  ซึ่งวัฒนธรรมเอเชียและตะวันตก ก็สามารถนำมาผสมผสานกันได้อย่างลงตัว  นี่คือความงดงามของผู้หญิงเอเชียยุคใหม่ ที่พร้อมจะปรับจูน เปิดรับวัฒนธรรมตะวันตก แต่ยังไม่ลืมรากเหง้าของตนเอง มันไม่ใช่สิ่งที่ผิดและแปลกอะไร ที่เราอยากจะสวยแบบใคร อยากเป็นแบบใคร แต่ไม่ควรลืมที่จะรักตัวเองในแบบที่ตัวเองเป็น และนี่คือสิ่งที่  PALEEN  พยายามจะบอกกับผู้หญิงเอเชียทุกๆ คน

ความโดดเด่นของ PALEEN

        PALEEN  มีแบรนดิ้ง มีตัวตนที่ชัดเจนมากในเรื่องความงามอย่างผู้หญิงเอเชียยุคใหม่ ซึ่งจากที่ได้บอกไปแล้วว่า สาวเอเชียยุคใหม่สำหรับ PALEEN คือ ผู้หญิงสมัยใหม่ที่ปรับตัวได้ตามยุคสมัย เปิดรับวัฒนธรรมตะวันตกได้อย่างมั่นใจ แต่ก็ยังรักในรากเหง้าของตนเอง เรื่องราวตรงนี้ เราจะถ่ายทอดผ่านสารสกัดธรรมชาติ และสมุนไพรของเอเชีย  ที่นำมาผสมผสานกับสารสกัดนานาชนิดจากทวีปอื่นๆ ทั่วทุกมุมโลก เปรียบเสมือนตัวแทนของการผสมผสานกันทางด้านวัฒนธรรมแบบเอเชียยุคใหม่ นอกจากความงามอย่างสาวเอเชียยุคใหม่แล้ว นี่คืออีกนัยหนึ่งที่เราอยากสื่อสารกันกับทุกๆ คน ซึ่งก็คืออยากส่งเสริมให้ทุกคนตระหนักถึงคุณค่าของสมุนไพรไทย รวมทั้งสารสกัด ซึ่งนับเป็นของดีจากประเทศไทย และเอเชียอีกด้วยเช่นกัน แน่นอนว่า PALEEN  เป็นแบรนด์ของประเทศไทย สำหรับผลิตภัณฑ์ซีรีส์แรกที่ใช้เปิดตัวแบรนด์เป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ Whitening มีชื่อว่า  “White Crystal Aura”  

         เราก็เลยใช้ซีรี่ส์นี้เป็นตัวแทนของ “วัฒนธรรมไทยยุคใหม่” โดยใช้สารสกัดจาก “เกสรดอกบัวหลวง” ซึ่งเป็นสมุนไพรอันทรงคุณค่าของไทยที่มีสรรพคุณมากมาย ทั้งในด้านบำรุงผิว มีคุณประโยชน์ช่วยทำให้ผิวกระจ่างใส นำมาผสมผสานกับ  “เลือดมังกร”  อันเป็นต้นไม้ทรงแปลกของชนชาวอินคา ในทวีปอเมริกาใต้  ซึ่งเลือดมังกรนี้จริงๆ แล้ว เป็นยางไม้สีแดงของต้น “Croton Lechleri Tree”  โดยยางไม้ที่ว่านี้มีนักวิจัยนำมาพัฒนา และพบว่ามีประสิทธิภาพสูงในการช่วยสมานแผลสมานผิวได้เป็นอย่างดี เมื่อนำมาผสมผสานกับเกสรดอกบัวหลวงของไทย จะทำให้ผิวขาวกระจ่างใสเรียบเนียนกระชับอย่างเป็นธรรมชาติ  ซึ่งไม่เป็นการขาวแบบก้าวกระโดด เพราะ PALEEN ไม่มีสารปรอทหรือสารอันตรายต้องห้ามใดๆ ที่ทำร้ายและเป็นอันตรายต่อผิว เราค่อนข้างซีเรียส และให้ความสำคัญกับเรื่องตรงนี้มาก เพราะเราตั้งมั่นอย่างชัดเจนว่า ผู้หญิงอยากสวยอยากขาวได้ แต่ต้องไม่เกินความพอดีจากธรรมชาติของตัวเอง และทุกๆ อย่างต้องอยู่ภายใต้ความปลอดภัยของผู้บริโภค นี่คือซีรี่ส์แรกของแบรนด์ ดังนั้นผลิตภัณฑ์ในซีรี่ส์ต่อไป อาจจะเป็นการนำสมุนไพรจากประเทศอื่นๆ ในเอเชียมาผสมผสานกันกับสมุนไพร และพืชพรรณธรรมชาติต่างๆ จากทั่วทุกมุมโลก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลผิวพรรณให้ดียิ่งขึ้นไปอีก ตรงนี้ก็ต้องติดตามรอดูกันต่อไป

ความเป็นมาของแบรนด์ PALEEN

         คุณเน้ยได้ถ่ายทอดให้เราฟังว่า PALEEN  เป็นตัวอักษร 6 ตัวแรกของนามสกุลเน้ยเองค่่ะ การทำเครื่องสำอาง PALEEN เกิดมาจากความรักความหลงใหลในเรื่องความงามแฟชั่น เครื่องสำอาง นอกจากนี้ เธอยังเล่าให้ฟังอีกด้วยว่า ด้วยความที่เป็นลูกผู้หญิง เมื่อถึงเวลาก็ต้องแต่งงานไปมีครอบครัว ใช้นามสกุลของสามี ครอบครัว คือ ทุกสิ่งและเป็นแรงผลักดันในชีวิตเน้ย   เน้ยอยากให้ PALEEN เป็นสิ่งยึดเหนี่ยวเน้ยกับครอบครัวเอาไว้ เป็นเครื่องเตือนใจที่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม เน้ยก็ยังเป็นลูกสาวของบ้านนี้ เป็นลูกสาวของปาป๊า มาม๊าตลอดไป ก็เลยใช้นามสกุลเป็นชื่อแบรนด์ และอีกเหตุผลหนึ่งก็คือ PALEEN  มีการสะกด และออกเสียงที่ง่าย เหมาะสำหรับลูกค้าในการจดจำ

ต้ังเป้าทางการตลาดไว้อย่างไร  

         ในปีนี้เราเพิ่งเริ่มออกสู่ตลาด เราวางแผนไว้ว่า จะมุ่งเน้นด้านการตลาดออนไลน์ทุกช่องทางในเบื้องต้น  สำหรับการก้าวต่อไป เราจะผลักดันสินค้าเข้าสู่โมเดิร์นเทรด นี่คือเป้าหมายต่อไป ตอนนี้ช่องทางออนไลน์ มีความสำคัญ และสามารถเข้าถึงลูกค้าได้ทุกเพศทุกวัยจากทั่วทุกมุมโลก  เราใช้ช่องทางออนไลน์ในการประชาสัมพันธ์แบรนด์และสร้าง “Awareness” ให้กับลูกค้า แม้ว่าตอนนี้การตลาดออนไลน์จะมีความสำคัญกับทุกๆ ธุรกิจ แต่เน้ยก็ยังมองว่าสื่อออฟไลน์ก็ยังมีความสำคัญไม่แพ้กัน ในความเป็นจริงประเทศไทยยังไม่ได้ก้าวเข้าสู่โลกดิจิตอลอย่างเต็ม 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะการใช้ชีวิตในโลกของความเป็นจริง ผู้บริโภคยังต้องการสัมผัส จับต้อง ทดสอบ ทดลองใช้ผลิตภณัฑ์แบบจับต้องได้จริงๆ  ในตอนนี้เราพยายามผลักดันทุกช่องทาง   ทั้งสื่อออนไลน์และออฟไลน์ให้ควบคู่กันไป เพื่อให้การประชาสัมพันธ์สินค้าเข้าถึงลูกค้าได้มากที่สุด มีประสิทธิภาพ และถูกทิศทาง

ปัญหาและอปุสรรค

          คุณเน้ยกล่าวด้วยสีหน้าอันยิ้มแย้มว่า จากที่เริ่มสร้างแบรนด์ขึ้นมา และนำออกสู่ตลาดในช่วงเวลานี้ มันก็มาพร้อมๆ กันกับอุปสรรค เนื่องด้วยกระแสในด้านลบของแวดวงความงาม เครื่องสำอาง สกินแคร์ อาหารเสริม ซึ่งเป็นข่าวใหญ่ในหน้าโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์  ตรงนี้ปฏิเสธไม่ได้ว่าทุกคนในวงการนี้ ล้วนได้รับผลกระทบกันหมด การมีภาพลักษณ์ในเชิงลบทำให้ลูกค้าเริ่มไม่มั่นใจ ขาดความน่าเชื่อถือ ทางแก้ไขของเรากับการฝ่าวิกฤตในครั้งนี้ คือ การสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ลูกค้า  มีการสื่อสารให้ลูกค้าได้เข้าใจ และมั่นใจว่า PALEEN คือ เครื่องสำอางธรรมชาติ ผลิตภณัฑ์ทุกตัวใช้สารสกัดจากธรรมชาติ ซึ่งเป็นหัวใจของแบรนด์อยู่แล้ว  ปราศจากสารอันตราย เราลงทุนซื้อเครื่องตรวจสอบสารอันตราย เพื่อให้ลูกค้าเกิดความมั่นใจ และสินค้าของเราสามารถตรวจสอบได้ สำหรับ เลขอย.ก็เช่นกัน สามารถตรวจสอบได้ว่า เรามีเลขอย.ถูกต้อง ซึ่งจริงๆ แล้วอยากบอกว่าการมีเลขอย.นั้น ยังไม่เพียงพอสำหรับการสร้างความเชื่อมั่น เพราะการมีเลขอย. จริงๆ แล้ว ไม่ได้ชี้วัดได้ว่าสินค้าจะปลอดภัย แต่แค่ทำถูกต้องตามกระบวนการ ตรงนี้เราเลยต้องหาทางพิสูจน์ความโปร่งใสในผลิตภัณฑ์ของเรา เพื่อเรียกความเชื่อมั่นของลูกค้ากลับคืนมา และเพื่อก้าวผ่านช่วงเวลาวิกฤตนี้ไปให้ได้   

ฝากแนวคดิดให้กับผู้สนใจในการทำธุรกิจความงาม 

        เน้ยเชื่อว่าไม่ว่าคุณจะทำธุรกิจอะไรก็ตาม คุณต้องทำมาจากหัวใจที่มีความซื่อสัตย์สุจริต อย่าใช้ความโลภเป็นที่ตั้ง แต่ให้ใช้ความรักที่คุณมี กับสิ่งที่คุณทำเป็นที่ตั้ง และให้เป็นเครื่องนำทาง เพราะการทำธุรกิจทุกๆ ประเภท ไม่ได้ทำกันได้ง่ายๆ มีความเสี่ยง ทุกอย่างมีอุปสรรค  ทว่าถ้าใจเรามีมิจฉาทิฐิเป็นที่ตั้งในการทำอะไรก็ตาม เน้ยเชื่อว่าสิ่งต่างๆ เหล่านั้นจะไม่จีรังยั่งยืน และไม่ได้ให้ผลลัพธ์ที่ดีงาม แต่ถ้าเราใช้หัวใจทำ มีทัศนคติที่ดีในการทำธุรกิจ เราจะมีพลังทางด้านบวก ที่คอยผลักดันให้ไปสู่ความสำเร็จได้ 

         คุณเน้ยยังกล่าวถึงเรื่องความสวยความงาม เพื่อเป็นการปิดท้ายการสนทนาในวันนี้ว่า ตอนนี้ผู้หญิงเอเชียหลายๆ คน ไม่ค่อยจะมีความภาคภูมิใจในความสวยตามแบบฉบับของตัวเองเท่าใดนัก  โดยเฉพาะผู้ญิงไทย ที่มีค่านิยมในเรื่องของการ “คลั่งความขาว” บางคนอยากขาวจนเกินพอดี อยากขาวเร็วๆ  ตรงจุดนี้ เน้ยอยากฝากให้คุณผู้หญิงทุกคนรักและเห็นคุณค่าในตนเอง การอยากขาวไม่ใช่สิ่งผิด แต่คุณต้องขาวอย่างมีสติ ซึ่งคุณต้องดูด้วยว่าพื้นสีผิวเดิมเป็นแบบใด ซึ่งการขาวภายในระยะเวลา 3 – 7 วันนั้น เป็นไปไม่ได้ นอกจากการใช้สารเคมีที่มีอันตรายเป็นตัวกระตุ้น  ซึ่งมีแต่จะทำร้ายทำลายผิวพรรณของคุณในระยะยาวอย่างแน่นอน  เรามากระจ่างใสแบบปลอดภัยกันดีกว่า ปรับสภาพฟื้นฟูบำรุงผิวแบบธรรมชาติ  ซึ่งจะส่งผลให้ผิวมีสุขภาพที่ดี และทำให้เกิดความภาคภูมิใจในความสวยแบบที่ตนเองเป็น ไม่ต้องไปเลียนแบบใคร ทั้งฝรั่ง เกาหลี เน้ยอยากให้ทุกคนมีสติ อย่าทำอะไรที่สุดโต่ง จนมองไม่เห็นคุณค่าในตัวเองค่ะ   

        และนี่คือ แนวคิด ไอเดีย ดีๆ จากการดำเนินธุรกิจด้วยความรัก และความผูกพันธ์ในเรื่องราวของความสวยความงาม ตามแบบฉบับของ คุณเน้ย “วัลลภา ปาลีนิเวศ” บอสสาวผู้มีทั้ง ความรัก ความหลงใหล และเป็นอีกหนึ่งแรงบันดาลใจ ให้ผู้หญิงทุกๆคน ได้มองเห็นคุณค่าความงามในตัวเอง. 

……………………………………………………………………………………………………………

เรื่อง/ภาพ : Piyoros Authumdhewa.

ขอขอบคุณ : Coffee Gapi ที่เอื้อเฟื้อสถานที่ถ่ายทำ มา ณ โอกาสนี้

 

 

 

 

 

Share this: