APP DOWNLOAD: iPhoneAndroidAPK

นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จากประเทศไทย (ยืนกลาง)

เมื่อวันที 27-28 เมษายน 2561 ที่ผ่านมา พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 32 ณ  สิงคโปร์ ประกอบด้วย (1) การประชุมสุดยอดอาเซียนเต็มคณะ และการประชุมสุดยอดอาเซียน อย่างไม่เป็นทางการ

โดยในวันที่ 27 เมษายน 2561 ​ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวถ้อยแถลงในระหว่างการประชุมสุดยอดอาเซียนเต็มคณะ โดยได้แสดงความชื่นชมและสนับสนุนแนวคิดสำคัญของสิงคโปร์ในการเสริมสร้างประชาคมอาเซียนให้เข้มแข็งและมีนวัตกรรมเพื่อให้ประชากรของอาเซียนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง โดยอาเซียนควรให้ความสำคัญกับ 3 ประเด็นหลัก ดังนี้  

การพัฒนาที่ยั่งยืนในอาเซียนจะช่วยลดความเหลื่อมล้ำในสังคม และส่งเสริมความมั่นคงของมนุษย์ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งของอาเซียน ศูนย์อาเซียนเพื่อการหารือและการศึกษาวิจัยด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนจะเป็นตัวขับเคลื่อนความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนในภูมิภาค การพัฒนาศูนย์อาเซียนเพื่อผู้สูงวัยอย่างมีศักยภาพและมีนวัตกรรมจะช่วยรับมือกับความท้าทายต่างๆ ในการเข้าสู่สังคมสูงวัยของอาเซียน นอกจากนี้ อาเซียนจำเป็นต้องมีความพร้อมในการรับมือกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ โดยมีความยินดีที่อาเซียนจะรับรองถ้อยแถลงผู้นำว่าด้วยความร่วมมือด้านความมั่นคงทางไซเบอร์ และเชื่อมั่นว่าศูนย์ความร่วมมืออาเซียน-ญี่ปุ่นเพื่อพัฒนาบุคลากรด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ จะเสริมสร้างศักยภาพของอาเซียนในเรื่องนี้

  1. การใช้นวัตกรรมนำโดยการเร่งผลักดันอาเซียนให้เป็นประชาคมดิจิทัล ส่งเสริมการใช้ทรัพยากรร่วมกันระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียนและระหว่างภาครัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษา เพื่อคิดค้นนวัตกรรมที่ตอบโจทย์และรับผิดชอบสังคมยุคใหม่ พร้อมสนับสนุนโครงการที่ส่งเสริมการใช้นวัตกรรมเพื่อสนับสนุนวิสาหกิจขนาดกลางขนาดย่อมและรายย่อย โดยอาเซียนต้องเริ่มศึกษาแนวโน้มสำคัญของโลกและผลกระทบของนวัตกรรมต่ออาเซียนอย่างน้อย 20 ปีข้างหน้า เพื่อบริหารจัดการให้ประชาคมอาเซียนก้าวไปข้างหน้าอย่างยั่งยืน
  2. การให้ความสำคัญกับประเด็นทางยุทธศาสตร์ที่จะตอบโจทย์ทั้งในส่วนของการสร้างความเข้มแข็งและนวัตกรรม โดยมีโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) ในไทยซึ่งจะเป็นตัวขับเคลื่อนความเชื่อมโยงที่สำคัญทั้งภายในและภายนอกภูมิภาค ส่งเสริมเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการใช้นวัตกรรมให้เกิดพลวัตสูงสุด นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียินดีและสนับสนุนการสร้างเครือข่ายเมืองอัจฉริยะอาเซียนตามข้อริเริ่มของสิงคโปร์ในการใช้เมืองหลักและรองขับเคลื่อนประชาคมอาเซียน ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายการสร้างเมืองอัจฉริยะของไทย

สำหรับวันที่ 28  เมษายน 2561 นั้น  นายกรัฐมนตรีได้กล่าวถ้อยแถลงในระหว่างการประชุมอย่างไม่เป็นทางการ โดยได้กล่าวถึงประเด็นการรักษาความเป็นแกนกลางของอาเซียนในการสร้างดุลยภาพใหม่ทางยุทธศาสตร์ในภูมิภาคอินโด – แปซิฟิก การรวมตัวทางเศรษฐกิจโดยการพัฒนาอาเซียนให้เป็นฐานผลิตและตลาดเดียว รวมทั้งดำเนินการตามแผนงานความร่วมมืออาเซียนบวกสามอย่างเต็มที่และเป็นรูปธรรม รวมทั้งการเร่งให้การเจรจาความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (Regional Comprehensive Economic Partnership – RCEP) บรรลุผลสำเร็จโดยเร็ว สนับสนุนความร่วมมือระหว่างอาเซียนกับจีนในทะเลจีนใต้โดยเฉพาะในเรื่องการจัดทำแนวปฏิบัติในทะเลจีนใต้ (Code of Conduct on South China Sea – COC) เพื่อปรับเปลี่ยนให้ทะเลจีนใต้เป็นทะเลแห่งสันติภาพ เสถียรภาพและการพัฒนาที่ยั่งยืน สนับสนุนพัฒนาการเชิงบวกในสถานการณ์ในคาบสมุทรเกาหลีโดยเฉพาะการหารือระหว่างผู้นำสาธารณรัฐเกาหลีและสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลีและการสนับสนุนการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเพิ่มเติมและช่วยเหลือเมียนมาในการแก้ไขปัญหาสถานการณ์ในรัฐยะไข่

ขอขอบคุณข้อมูลจาก กรมอาเซียน กระทรวงการต่างประเทศ

Share this: