APP DOWNLOAD: iPhoneAndroidAPK

“เถ้าแก่น้อย ” รุกหนักสู่โกลบอลแบรนด์ เร่งทำตลาด 100 ประเทศ เตรียมยึดหัวหาดอเมริกา หลัง ซื้อโรงงานปลายปี 2560 พร้อมพัฒนาโมเดลร้านค้ารูปแบบเดียวกับดองกิโฮเต้ เผยยอดขายในปี 60 ทะลุเป้า 5,000 ล้านบาท จากอานิสงค์นักท่องเที่ยวจีน พร้อมทุ่มงบ 40 ล้านบาท เปิดตัวพรีเซนเตอร์คนล่าสุด นิชคุณหรเวชกุล สมาชิกวง 2PM  เตรียมยิงสปอร์ทโฆษณาล่าสุด หยิบคุณค่าจากทะเลมั่นใจยอดขายในประเทศจะเติบโตกว่า 10 %     

28/2/61  นาย อิทธิพัทธ์ พีระเดชาพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “ ปี 2560 ที่ผ่านมา “เถ้าแก่น้อย” ได้รับความนิยมเป็นสูง จากผู้บริโภคทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะในประเทศไทย สามารถครองส่วนแบ่งทางการตลาดขนมขบเคี้ยวหรือสแน็คประเภทสาหร่ายได้มากถึง 72 %” 

นายอิทธิพัทธ์ กล่าวต่อไปว่า “ในปี 2561 นี้ บริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ในทุกๆ ด้าน ทั้งด้านคุณภาพสินค้า ด้านรสชาติ เพื่อให้ถูกปากผู้บริโภค และดีต่อสุขภาพ ภายใต้แนวคิด เทสตี้ แอนด์ เฮลท์ตี้ (Tasty & Healthy) รวมถึงการขยายฐานผู้บริโภคไปยังผู้ที่ชื่นชอบขนมขบเคี้ยว และต้องการขนมที่มีรสชาติอร่อย มีความเป็นธรรมชาติ และดีต่อสุขภาพ” 

นอกจากนี้ เรายังได้ทุ่มงบประมาณทางการตลาดกว่า 40 ล้านบาท ดึง นิชคุณ หรเวชกุล หนุ่ม K POP สายเลือดไทยจากวง 2PM (ทูพีเอ็ม) มาเป็นพรีเซนเตอร์ คนล่าสุด เนื่องด้วยภาพลักษณ์โดนใจคนรุ่นใหม่ ที่มีความตั้งมั่น ตั้งใจ จนได้มีโอกาสร่วมงานในฐานะศิลปินของวงแดนโสมอย่าง P2M และยังนับได้ว่าเป็นคนไทยคนแรก ที่ได้ร่วมงานกับค่ายเพลงดังระดับโลกอย่าง JYP จนมีชื่อเสียงโด่งดังไปในระดับนานาชาติ ซึ่งสอดคล้องกันกับแบรนด์ DNA ของสาหร่ายเถ้าแก่น้อย ที่สร้างตลาดจนเป็นที่รู้จักกลายมาเป็นแบรนด์อันดับ 1 ในตลาดขนมขบเคี้ยวไทยในขณะนี้ ทั้งยังเป็นที่รู้จักมักคุ้นทั้งในประเทศและต่างประเทศอีกด้วย   

ทั้งนี้ ทางบริษัทฯ ยังได้เปิดตัวสปอร์ทโฆษณาชุดใหม่   “หยิบคุณค่าจากทะเล”  ซึ่งเราต้องการสื่อให้ผู้บริโภคได้รับรู้ถึงความอร่อยและมีประโยชน์ของสาหร่ายเถ้าแก่น้อย ทั้งมีคุณค่าทางโภชนาการ มีทั้ง วิตามินเอ.,บีและไฟเบอร์ ภายใต้สโลแกนใหม่ “สาหร่ายเถ้าแก่น้อย อร่อยฟินๆ ได้คุณค่าจากสาหร่ายทะเล” 

ด้านการตลาดในประเทศ  ทางบริษัทฯ ได้จัดเตรียมกลยุทธ์ทางการตลาดแบบครบวงจร หรือ 360 องศา ทั้งช่องทางออฟไลน์ ออนไลน์ ทั้งการโฆษณาผ่านสื่อโทรทัศน์ , เฟซบุ๊ก, อินสตาแกรม, ทวิตเตอร์ และสื่ออื่นๆ รวมถึงกิจกรรมส่งเสริมการขาย ที่เข้าถึงและโดนใจกลุ่มเป้าหมาย พร้อมเพิ่มช่องทางทางการจัดจำหน่ายที่ครอบคลุมทั่วประเทศ  

“นอกจากนี้ เรายังเตรียมบุกตลาดต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็น สหรัฐฯ ยุโรป เช่น รัสเซีย,เอสโทเนีย,ยูเครน,โปแลนด์ รวมถึงประเทศจีน เป็นต้น แม้ว่าในปีที่ผ่านมาเราสามารถสร้างยอดขายไว้ได้ที่ 5,000 ล้านบาท ส่วนตัวแล้วถือว่ายังน้อยอยู่มาก ในปีนี้เลยตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 10,000 ล้านบาท” 

สำหรับตลาดในสหรัฐฯ นั้น หลังจากเมื่อช่วงปลายปี 2560 ที่ผ่านมา ได้ซื้อโรงงานในลอสแองเจลิสด้วยเม็ดเงินมูลค่า 2 ล้านเหรียญสหรัฐฯ  ที่ปัจจุบันมีกำลังการผลิตคิดเป็นมูลค่า 10 ล้านเหรียญสหรัฐฯ  แต่สามารถเพิ่มได้อีกเท่าตัว ทั้งนี้ยังอยู่ระหว่างการวาง แผนงานลงทุนด้านเครื่อง จักร ทีมงาน และระบบขนส่ง เน้นทำตลาดภายในประเทศเป็นหลัก คาดว่าอีก 18 เดือนยอดขายจะอยู่ที่ 10 ล้าน เหรียญฯ ต่อปี โดยอีก 3 เดือนข้างหน้าจะเริ่มเดือนการผลิตวางจำ หน่ายในรัฐแคลิฟอร์เนียเป็นอันดับแรก 

ด้านตลาดสแน็กในอเมริกาค่อนข้างมีความน่าสนใจอยู่มาก  เนื่องจากตลาดมีขนาดใหญ่มูลค่า 4 หมื่นล้านเหรียญฯ  มีขนาดใหญ่กว่าจีนถึง 3 เท่าตัว  จึงนับเป็นโอกาสดีทางธุรกิจ คาดว่ายอดขายจากอเมริกาจะอยู่ที่ 10% จากยอดการส่งออกปัจจุบันกว่า 3,000 ล้านบาท 

“เรายังคงเดินหน้าพัฒนาสู่การเป็นโกลบอลแบรนด์ที่จะมีการทำตลาด 100 ประเทศทั่วโลก จากปัจจุบัน 50 ประเทศ  ในตอนนี้เถ้าแก่น้อยเป็นแบรนด์ดังระดับเอเชียแล้ว แต่บริษัทยังคงเดินหน้าหาตลาดใหม่ที่มีศักยภาพอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป้าหมายยอดขาย 1 หมื่นล้านบาท ภายในปี 2567 ” 

ทั้งนี้ ในปี 2560 ปิดรายได้ไป 5,200 ล้านบาท แบ่ง เป็นการส่งออก 60% และภายในประเทศ 40% ธุรกิจต่างประเทศเติบโต 15% ในเมืองไทยเติบโต 8% ส่งผลให้ภาพรวมเติบโต 12%  

ส่วนแนวทางการดำ เนินธุรกิจในไทย นอกเหนือจากการออกผลิตภัณฑ์ใหม่แล้ว บริษัทยังเตรียมพัฒนารูปแบบร้านค้าเถ้าแก่น้อยแลนด์ ในลักษณะคล้ายกับดองกิโฮเต้ หรือเรียกว่าดิสเคาน์สโตร์  ซึ่งจะไม่ได้จำหน่ายแค่เพียงอาหารอย่างเดียว  แต่ยังครอบคลุมไปถึงเครื่องสำอางและนอนฟู้ดต่างๆ อีกด้วย เบื้องต้นน่าจะได้เห็นกันช่วงไตรมาส 4 ของปี 2561 งบลงทุน 5-10 ล้านบาทต่อสาขา จะต้องมีนอนฟู้ด 40% ต่างจากรูปแบบเดิมที่มีนอนฟู้ดไม่ถึง 5% และใช้เงินลงทุน ต่อสาขาน้อยกว่าอยู่ที่ประมาณ 1 ล้านบาท 

สำหรับการขยายตลาดทวีปเอเชีย โดยเฉพาะในจีนนั้น ปีที่ผ่านมา เรามียอดขายที่ 2,000 ล้านบาท ถือว่าใช้ได้เลยทีเดียว ส่วนประเทศอื่นๆ ในเอเชียนั้น เรากำลังเล็งไปที่ประเทศเวียดนาม  เพราะมีกำลังซื้อค่อนข้างสูง  

ในเร็วๆ นี้ เรายังจะได้ร่วมงานเป็นพาร์ทเนอร์กันกับบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญในการผลิตของทานเล่นกับเหล้าเบียร์จากประเทศญี่ปุ่นที่มีชื่อเสียง โดยเขามีความเชี่ยวชาญในการทำของทานเล่นประเภทปลาหมึก โดยมีประสบการณ์กว่า 50 ปี ณ ตอนนี้ทางซีอีโอ ผู้บริหารของมารูยิซึ ก็ได้มาเป็นพาร์ทเนอร์กัน โดยมาร่วมมือกันในผลิตของทานเล่น ถือเป็นจอยด์เวนเจอร์กัน แต่ต้องขออุบเอาไว้ก่อน ยังไม่ให้รายละเอียดในตอนนี้ เพราะยังอยู่ในขั้นตอนของการเจรจาและวางแผนร่วมกัน  นายอิทธิพัทธ์ กล่าว.

 

 

 

 

 

 

 

Share this: