APP DOWNLOAD: iPhoneAndroidAPK

นายสุรพงษ์  ไพสิฐพัฒนพงษ์  รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่ง-ประเทศไทย (ส.อ.ท.)

นายสุรพงษ์  ไพสิฐพัฒนพงษ์  รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่ง-ประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยจำนวนการผลิต ยอดขายภายในประเทศ และการส่งออกรถยนต์และรถจักรยานยนต์ของประเทศ ในเดือนมกราคม 2561 

ด้านการผลิตจำนวนรถยนต์ทั้งหมดที่ผลิตได้ในเดือนมกราคม 2561 มีทั้งสิ้น 166,196 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2560 ร้อยละ 9.15 จากการผลิตรถกระบะเพื่อส่งออกเพิ่มขึ้นร้อยละ 5.44 และผลิตรถยนต์นั่งและรถกระบะเพื่อจำหน่ายในประเทศเพิ่มขึ้นร้อยละ 19.05, 28.04 ตามลำดับ และเพิ่มขึ้นจากเดือนธันวาคม 2560 ร้อยละ 5.72 

รถยนต์นั่ง เดือนมกราคม 2561 ผลิตได้ 68,209 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2560 ร้อยละ 4.56

รถยนต์โดยสารขนาดต่ำกว่า 10 ตัน และมากกว่า 10 ตัน ขึ้นไป ในเดือนมกราคม 2561 ผลิตได้ 34 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2560 ร้อยละ 466.67 ส่วนรถยนต์บรรทุก เดือนมกราคม 2561 ผลิตได้ทั้งหมด 97,953 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2560 ร้อยละ 12.56 

รถกระบะขนาด 1 ตัน เดือนมกราคม 2561 ผลิตได้ทั้งหมด 95,587 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2560 ร้อยละ 12.75 โดยแบ่งเป็นรถกระบะบรรทุก 25,391 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2560 ร้อยละ 11.34 รถกระบะดับเบิลแค็บ 56,522 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2560 ร้อยละ 11.15 รถกระบะ PPV 13,674 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2560 ร้อยละ 22.96  รถบรรทุกขนาดต่ำกว่า 5 ตัน – มากกว่า 10 ตัน เดือนมกราคม 2561 ผลิตได้ 2,366 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2560 ร้อยละ 5.34  

ส่วนการผลิตเพื่อการส่งออกนั้นในเดือนมกราคม 2561 ผลิตได้ 98,152 คัน เท่ากับร้อยละ 59.06 ของยอดการผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2560 ร้อยละ 1.25  รถยนต์นั่ง เดือนมกราคม 2561 ผลิตเพื่อการส่งออก 37,671 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม 2560 ร้อยละ 4.82  รถกระบะขนาด 1 ตัน เดือนมกราคม 2561 มียอดการผลิตเพื่อการส่งออก 60,481 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2560 ร้อยละ 5.44 โดยแบ่งเป็น 

  • รถกระบะบรรทุก 7,271 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม 2560 ร้อยละ 5.36
  • รถกระบะดับเบิลแค็บ 44,046 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2560 ร้อยละ 7.41
  • รถกระบะ PPV 9,164 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2560 ร้อยละ 5.71  

ด้านการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศเดือนมกราคม 2561 ผลิตได้ 68,044 คัน เท่ากับร้อยละ 40.94 ของยอดการผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2560 ร้อยละ 23 รถยนต์นั่ง เดือนมกราคม 2561 ผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ 30,538 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2560 ร้อยละ 19.05 รถกระบะขนาด 1 ตัน เดือนมกราคม 2561 มียอดการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ 35,106 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2560 ร้อยละ 28.04 ซึ่งแบ่งเป็น

-รถกระบะบรรทุก 18,120 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2560 ร้อยละ 19.83

-รถกระบะดับเบิลแค็บ 12,476 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2560 ร้อยละ 26.74

-รถกระบะ PPV 4,510 คัน  เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2560 ร้อยละ 83.93  

รถจักรยานยนต์เดือนมกราคม 2561 ผลิตรถจักรยานยนต์ได้ทั้งสิ้น 231,451 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2560 ร้อยละ 4.06 แยกเป็นรถจักรยานยนต์สำเร็จรูป (CBU) 182,221 คัน เพิ่มขึ้นจากปี 2560 ร้อยละ 6.79 และชิ้นส่วนประกอบรถจักรยานยนต์ (CKD) 49,230 คัน ลดลงจากปี 2560 ร้อยละ 4.94 

สำหรับยอดขายรถยนต์ภายในประเทศของเดือนมกราคม 2561 มีจำนวนทั้งสิ้น 66,513 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้ว ร้อยละ 16.2 ยอดขายภายในประเทศเพิ่มขึ้นจากเศรษฐกิจภายในประเทศที่ฟื้นตัว ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง การมีรถยนต์นั่งและรถกระบะรุ่นใหม่ออกสู่ตลาด รวมทั้งครบการถือครองรถยนต์คันแรก การช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยของรัฐบาล และนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าประเทศไทยเพิ่มขึ้น  แต่ยอดขายลดลงจากเดือนธันวาคม 2560 ซึ่งมีงานมหกรรมยานยนต์ ร้อยละ 36.2 

ส่วนรถจักรยานยนต์ มียอดขาย 155,088 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2560 ร้อยละ 5.3 และเพิ่มขึ้นจากเดือนธันวาคม 2560 ร้อยละ 17.9 

ส่วนการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปเดือนมกราคม 2561 ส่งออกได้ 82,067 คัน ส่งออกเท่ากับร้อยละ 83.61 ของยอดการผลิตเพื่อส่งออก เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2560 ร้อยละ 2.46 โดยส่งออกเพิ่มขึ้นเกือบทุกตลาด ยกเว้นตลาดอเมริกาเหนือ และตลาดเอเชีย ส่งออกไปยังตลาดเอเชียลดลงเนื่องมาจากมาตรการควบคุมการนำเข้ารถยนต์ (Decree 116) ของประเทศเวียดนาม ทำให้ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยชะลอการส่งออกไปยังเวียดนามในช่วงไตรมาสแรก โดยมีมูลค่าการส่งออก 42,014.28 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2561 ร้อยละ 1.42 

-เครื่องยนต์ มีมูลค่าการส่งออก 2,804.75 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2560 ร้อยละ 7.93

– ชิ้นส่วนรถยนต์อื่นๆ มีมูลค่าการส่งออก 17,230.43 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2560 ร้อยละ 10.21

-อะไหล่รถยนต์ มีมูลค่าการส่งออก 2,840.87 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2560 ร้อยละ 17.77

รวมมูลค่าส่งออกรถยนต์เดือนมกราคม 2561 เครื่องยนต์ ชิ้นส่วนรถยนต์ และอะไหล่ มีมูลค่า 64,890.33 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2560 ร้อยละ 4.54 

ด้านรถจักรยานยนต์เดือนมกราคม 2561 มีจำนวนส่งออก 84,003 คัน (รวม CBU + CKD) ลดลงจากเดือนมกราคม 2560   ร้อยละ 1.91 โดยมีมูลค่า 5,391.18 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2560 ร้อยละ 12.22

-ชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์ มีมูลค่าการส่งออกทั้งสิ้น 440.64 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2560 ร้อยละ 84.17 

-อะไหล่รถจักรยานยนต์ มีมูลค่าการส่งออกทั้งสิ้น 96.77 ล้านบาท ลดลงจากเดือนมกราคม 2560 ร้อยละ 5.9

รวมมูลค่าการส่งออกรถจักรยานยนต์ เดือนมกราคม 2561 ชิ้นส่วนและอะไหล่รถจักรยานยนต์ 5,928.58 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2560 ร้อยละ 15.2 

สรุปยอดเดือนมกราคม 2561 รวมมูลค่าการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป เครื่องยนต์ ชิ้นส่วนอื่นๆ อะไหล่รถยนต์ รถจักรยานยนต์ ชิ้นส่วน และอะไหล่รถจักรยานยนต์ มีทั้งสิ้น 70,818.91 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2560 ร้อยละ 5.36

นายสุรพงษ์  ยังได้กล่าวเปิดเผยตัวเลขประมาณการการผลิตรถจักรยานยนต์ของสมาชิกกลุ่มฯ ในปี พ.ศ.2561 โดยแยกเป็นการผลิตเพื่อการส่งออก และการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ ดังนี้  

รถจักรยานยนต์ มีการประมาณการผลิตในปี พ.ศ.2561 ประมาณ 2,120,000 คัน มากขึ้นกว่าปี พ.ศ.2560 ซึ่งมีจำนวน 2,055,193 คัน เพิ่มขึ้น 64,807 คัน คิดเป็นร้อยละ 3.15 โดยแบ่งเป็นการผลิตเพื่อการส่งออกประมาณ 370,000 คัน เท่ากับร้อยละ 17.5 ของยอดการผลิตทั้งหมด และผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศประมาณ 1,750,000 คัน เท่ากับร้อยละ 82.5 ของยอดการผลิตทั้งหมด 

การผลิตเพื่อการส่งออก จำนวน 370,000 คัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วที่ผลิตได้ 368,358 คัน เป็นจำนวน 1,642 คัน หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.45 และผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ จำนวน 1,750,000 คัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วที่ผลิตได้ 1,686,835 คัน เป็นจำนวน 63,165 คัน หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.74  นายสุรพงษ์ กล่าว

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Share this: