นายพัชร สมะลาภา รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ธนาคารกสิกรไทย (ยืนกลาง) ประธานจัดงานแถลงข่าว

ธนาคารกสิกรไทย เพิ่มการพัฒนาศักยภาพของแอปฯ K PLUS ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก โดยล่าสุดได้รับความนิยมมีการใช้งานสูงถึง 7.5 ล้านราย โดยเป็นรูปแบบของ “ไลฟ์สไตล์  แพลตฟอร์ม” ซึ่งตอบโจทย์ลูกค้าทุกๆ ด้านของชีวิต พร้อมเปิดตัว 4 ฟังก์ชั่นเด็ด ที่โดนใจลูกค้า ทั้งรายเล็กรายใหญ่ จ่ายเงินสะดวกรวดเร็วด้วย Quick Pay QR Code แถมเลือกช้อปสินค้าหลากหลายประเภทบน K PLUS ซื้อขายได้สะดวกมากยิ่งขึ้นสำหรับเจ้าของร้านค้า K PLUS SHOP ด้วยฟังก์ชั่นขายและเรียกเก็บเงินผ่านโซเชียลมีเดีย พร้อมเสริมศักยภาพด้านธุรกิจ ด้วยสินเชื่อบุคคล เตรียมตั้งเป้ากวาดลูกค้า K PLUS เพิ่มเป็น 10.8 ล้านรายภายในสิ้นปีนี้ 

นายพัชร สมะลาภา รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ธนาคารกสิกรไทย 

นายพัชร สมะลาภา รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า “เป้าหมายของ K PLUS คือ การสร้างประสบการณ์ในการใช้บริการของลูกค้าอย่างไร้รอยต่อ ทั้งลูกค้าบุคคลและลูกค้าที่เป็นเจ้าของร้านค้ารายย่อยต่างๆ ธนาคารจึงได้พัฒนาระบบดิจิทัล เทคโนโลยี เพื่อเป็นการเพิ่มศักยภาพประสิทธิภาพของการให้บริการลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น ด้วยการนำข้อมูลของลูกค้า (Big Data) มาวิเคราะห์ เพื่อตอบโจทย์ธุรกิจและปรับใช้กับกระบวนการหลังบ้าน เช่น การวิเคราะห์ข้อมูล การเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารความเสี่ยง การให้บริการสินเชื่อส่วนบุคคลและธุรกิจ ทำให้การให้บริการผ่านแอปฯ K PLUS เข้าถึงความต้องการลูกค้าเฉพาะกลุ่มได้ดียิ่งขึ้น”

“สำหรับ แอปฯ K PLUS ซึ่งได้รับความนิยมในการใช้งานมากที่สุดในปัจจุบันนี้ โดยล่าสุดมียอดทำธุรกรรมกว่า 3 พันล้านรายการต่อปี มีปริมาณ ธุรกรรม 6.3 ล้านล้านบาท จากฐานลูกค้ามากถึง 7.5 ล้านราย และเป็นผู้เข้าใช้งานเป็นประจำจำนวน 80 % โดยได้พัฒนา K PLUS ให้เป็น “ไลฟ์สไตล์ แพลตฟอร์ม” ที่ใครๆ ก็สามารถใช้ได้  ซึ่งสามารถตอบโจทย์ทุกๆด้านของชีวิต รวมทั้งยังตอบสนองความต้องการของลูกค้ารายย่อย และช่วยเพิ่มโอกาสให้กับธุรกิจขนาดเล็ก โดยได้เชื่อมโยงบริการของแอปฯ K PLUS SHOP เพื่อต่อยอดการเป็น “ไลฟ์สไตล์ แพลตฟอร์ม” ของ K PLUS ให้มีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น โดยเราได้ตั้งเป้าในไตรมาสแรกของปีนี้ ซึ่งมีบริการใหม่รวม 4 ฟังก์ชั่น เช่น

1.ฟังก์ชั่น  Quick Pay การจ่ายเงินของลูกค้าด้วยความสะดวกและรวดเร็ว โดยไม่จำเป็นต้องล็อกอินเข้าระบบ แค่สแกนคิวอาร์โค๊ดของร้านที่ใช้ K PLUS สามารถจ่ายเงินได้ในทันที ปัจจุบันมีลูกค้าใช้จ่ายด้วย QR Code ผ่าน K PLUS จำนวน 1.3 ล้านรายการ มีมูลค่าการทำธุรกรรมรวม 811 ล้านบาท

2.ช้อปสินค้าบนแอปฯ K PLUS ซึ่งเราจะเปิดให้บริการในเดือนมีนาคมนี้ ถือเป็นตลาดนัดออนไลน์ ที่ลูกค้าสามารถ เลือกซื้อสินค้าได้หลายประเภทบน K PLUS เป็นครั้งแรก เช่น ร้านค้าสินค้าเกษตรคุณภาพจากโครงการพรวนฝันและกลุ่มเกษตรกรจากจังหวัดต่างๆ สินค้าจากผู้ประกอบการรายย่อย และกิจการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม รวมถึงสินค้าจากพันธมิตรทางธุรกิจของธนาคาร ทั้งบริการข่าวสารในรูปแบบดิจิทัล และสินค้าอุปโภคบริโภค พร้อมตั้งเป้าส่งมอบสินค้าให้กับลูกค้ากว่า 30 ล้านรายการภายในปีนี้ และมียอดการซื้อขายผ่านระบบอีมาร์เก็ตเพลสกว่า 600 ล้านบาท ในระยะเวลา 1 ปี หลักจากการเปิดให้บริการ

3.บริการสินเชื่อบุคคลบน K PLUS ธนาคารใช้ระบบคำนวณอัตราดอกเบี้ย โดยพิจารณาจากความเสี่ยงของลูกค้าแต่ละราย ทำให้ธนาคารนำเสนอสินเชื่อส่วนบุคคล (K-Personal Loan) ที่เหมาะสมกับความต้องการของลูกค้าผ่านแอปฯ K PLUS ซึ่งในช่วงนี้ได้เริ่มทดลองกับกลุ่มลูกค้า ที่ได้ตรวจสอบล่วงหน้า (Pre-Quality) แล้วว่ามีเครดิต ที่ดีในการทำธุรกรรมการเงิน โดยลูกค้าสามารถกดเข้าไปเลือกวงเงินที่ต้องการกู้  ซึ่งระบบจะแสดงวงเงินกู้สูงสุดที่ลูกค้า สามารถกู้ได้ กดรับสินเชื่อได้วงเงินกู้จะเข้าไปในบัญชีทันที

4.ฝั่งของร้านค้า ที่มีร้านค้าใช้แอปฯ K PLUS SHOP จำนวน 800,000 ร้านค้า มีจำนวนธุรกรรม 1.4 ล้านรายการ และมีมูลค่าการทำธุรกรรมรวม 1,100 ล้านบาท โดยตั้งเป้า เพิ่มขึ้นเป็น 1 ล้าน ร้านค้าภายในสิ้นปีนี้ มุ่งเน้นให้ลูกค้าคุ้นเคยกับการชำระเงินด้วยคิวอาร์โค้ด จึงได้ขยายฐานร้านค้า ไปยังกลุ่มธุรกิจรายย่อย ที่ขายสินค้าหรือบริการที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน เช่น ร้านอาหาร ร้านเสื้อผ้า การเดินทาง ล่าสุดได้พัฒนาฟังก์ชั่น “ขายและเรียกเก็บเงิน ผ่านโซเชียลมีเดีย” โดยให้ผู้ขายรับเงินจากลูกค้าผ่านทางโซเชียลมีเดีย เช่น เฟสบุ๊ค เมสเซนเจอร์,อินสตาแกรม,ไลน์ และวอทแอพ ได้ในทันที เพียงแต่บิลที่อยู่ในรูปแบบคิวอาร์โค้ดที่เป็นร้านค้า ให้ลูกค้าสามารถชำระผ่าน K PLUS หรือ โมบายแบงกิ้งของทุกธนาคาร เพื่อซื้อสินค้าและบริการได้ในทันที

ทั้งนี้ทางธนาคารกสิกรไทย ยังตั้งเป้าหมาย โดยคาดการณ์ว่า จะมีผู้ใช้งานแอปฯ K PLUS เพิ่มขึ้นป็น 10.8 ล้านราย และแอปฯ K PLUS SHOP เพิ่มขึ้นอีก 1 ล้านร้านค้า ภายในสิ้นปี 2561 นี้  นายพัชร กล่าว

 

Share this: