APP DOWNLOAD: iPhoneAndroidAPK

เมื่อวันที่ 24 ม.ค.61 ที่ผ่านมา สมาคมการค้าไทย-หูเป่ย์ นำโดยนางธารทิพย์ อมรประภาวัฒน์ นายกสมาคมฯ พร้อมคณะกรรมสมาคมบรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว www.aseanecon.info   นิตยสารเจ้าสัวแห่งอาเซียน ได้เดินทางเข้าเยี่ยมเยียนคาราวะ ท่านผอ.โรงเรียนกว่างเจ้า ศ.พญ.เพ็ญแข ลิ่มสิลาและคณะครูโรงเรียนฯ เนื่องในโอกาสที่ทางโรงเรียนได้ทำการจัดงานกิจกรรมศิลปวัฒนธรรมจีน “กี่เพ้า ย้อนยุค” โดยงานได้จัดขึ้น ณ หอประชุมใหญ่โรงเรียนกว่างเจ้า ท่ามกลางแขกผู้เกียรติ ที่ต่างให้ความสนใจและเข้าร่วมงานกันเป็นจำนวนมาก

บรรยากาศของงานเปี่ยมไปด้วยความคึกคัก เมื่อแขกผู้มาร่วมงานนั้น ต้องสวมใส่ชุดกี่เพ้า อันมีสีสันงดงามตระการตา ช่วงเย็นๆ เล็กน้อยทางพิธีกรสาวในชุดกี่เพ้าสีแดงสด ได้กล่าวทักทายผู้เข้าร่วมงานและสื่อมวลชน พร้อมทั้งกล่าวให้ทุกๆ คนนั้น ยืนขึ้น และร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี เพื่อเป็นการรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 และรัชกาลที่ 10 จากนั้นจึงเริ่มเข้าสู่พิธีการและการดำเนินกิจกรรมของงาน โดยมีกิจกรรมเด่นๆ ดังนี้ การแสดงศิลปวัฒนธรรมจีน ,การแสดงมินิคอนเสิร์ตของศิลปินจีน ชุด เจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ ที่เรียกเสียงตบมือได้รอบทิศจากผู้ชม,การแสดงการขับร้องประสานเสียงที่มีความไพเราะในสไตล์โอเปร่า ฯลฯ

นางธารทิพย์ อมรประภาวัฒน์ นายกสมาคมการค้าไทย-หูเป่ย์ (ซ้าย) ศ.พญ.เพ็ญแข ลิ่มสิลา ผอ.ร.ร.กว่านเจ้า (ขวา) 

สำหรับประวัติความเป็นมาของชุดกี่เพ้านั้น “กี่เพ้า” ในภาษาจีนจะเรียกว่า “ฉีผาว” (旗袍) ซึ่งเป็นเครื่องแต่งกายสำหรับสตรีชาวจีน ที่มีลักษณะเหมือนเสื้อ มีชายเสื้อยาวปกคลุมท่อนขา ขนาดพอดีตัว ด้านข้างมีตะเข็บผ่าเพื่อให้ก้าวขาได้สะดวก รูปแบบของฉีผาวในปัจจุบัน ได้รับการปรับปรุงในช่วงคริสต์ทศวรรษ 1920 ในเมืองเซี่ยงไฮ้  โดยให้มี รูปทรงแนบกับสรีระ เพื่อเน้นทรวดทรงเอวของผู้สวมใส่ อันเป็นแฟชั่นที่นิยมในสังคมคนชั้นสูงของชาวจีนในช่วงปลายราชวงศ์ชิง  จนถึงช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง มีการดัดแปลงให้ชายฉีผาวสั้นลง ปรับปรุงออกแบบคอปก และเนื้อผ้าแบบต่างๆ

ฉีผาว เป็นเครื่องแต่งกายของหญิงแมนจูในยุคราชวงศ์ชิงในคริสต์ศตวรรษที่ 17 มาจากคำว่า ฉี (旗, ธง) และ ผาว (袍, เสื้อ) ในปี ค.ศ. 1636 ผู้ปกครองจีนในขณะนั้นได้ออกกฎหมายบังคับให้ทุกคน รวมทั้งชาวฮั่นให้แต่งกายและตัดผมแบบแมนจู ในภาษาอังกฤษเรียกเครื่องแต่งกายแบบนี้ว่า Cheongsam มาจากเสียงอ่าน chèuhngsàam ในสำเนียงกวางตุ้ง ของศัพท์เซี่ยงไฮ้คำว่า zǎnze (長衫, ‘long shirt/dress’) และเรียกเครื่องแต่งกายในลักษณะเดียวกัน สำหรับเพศชายว่า Changshan (長衫; Chángshān)

ซาน จี้ฟาง ได้เขียนบทความถึงกี่เพ้าในนิตยสารข่าวเป่ยจิงรีวิว ว่า ในทศวรรษ 1980-1990 ชุดกี่เพ้าได้ปรากฏโฉมใหม่ ซึ่งนิยมใส่กันเฉพาะในหมู่สาวๆ ที่เป็นพนักงานต้อนรับตามโรงแรมและภัตตาคาร  ชุดกี่เพ้าแบบนี้ตัดเย็บลวกๆ เน้นแต่สีสันฉูดฉาดและกระโปรงสั้นเกินไป ทำลายภาพเดิมของกี่เพ้าไปโดยปริยาย เจ้า จินหลี่ สาวพนักงานบริษัทโฆษณา กล่าวว่า ในตู้เสื้อผ้าของตน ไม่มีชุดกี่เพ้าแม้แต่ตัวเดียว ตนไม่อยากใส่ เพราะกลัวคนคิดว่าทำงานเป็นสาวต้อนรับหน้าร้านอาหาร หรือแม้แต่โชว์เกิร์ล อย่างไรก็ตาม หวัง จินเฉียว เจ้าของและผู้ก่อตั้งบริษัท เป่ยจิง เก๋อเก๋อ ฉีเพ้า ผู้นำการผลิตชุดกี่เพ้าในจีน กล่าวว่า คนรุ่นใหม่มิควรลืมหรือเมินชุดกี่เพ้า เพราะชุดนี้แสดงถึงบางสิ่งที่ถ่ายทอดจากอดีตและเข้ากับปัจจุบันได้เป็นอย่างดี “ชุดของจีนเป็นความต่อเนื่องทางวัฒนธรรมประเพณีที่ผสมผสานกันกับชีวิตในยุคใหม่ได้อย่างลงตัว

Share this: