“มองอาทิตย์กำลังจะลา ขอบฟ้ากำลังจะเปลี่ยนสี ความมืดมิดมาแทนที่ วันนี้กำลังจะหมดไป นั่นคือ สัญญา เราต้องจากกัน  “อย่าลืมฉัน” อย่าลืมสัมพันธ์”…ฮะแฮ่ม..น้องๆ ในยุคนี้อาจจะงง เอ๊ะนี่มันเพลงของใครร้องหนอ  แต่ถ้าเป็นรุ่นๆ คุณลุง คุณป้าท่านต้องรู้จักอย่างแน่นอน “วงชาตรี” ไงละจ้ะ วงสตริงในยุคเก่า ที่มีบทเพลงไพเราะอย่างมากมาย ว่ากันว่าถูกใจวัยรุ่นในยุคปี 70 เป็นยิ่งนัก ยุคของกางเกงขาบาน ในสไตล์ บุปผาชน ชื่อว่าเพลง “อย่าลืมฉัน” ก็บังเอิญอีกละครับ วันก่อนผู้เขียนรู้สึกหิวอยู่มิใช่น้อย และต้องไปทำธุระแถวๆ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  พอเข้ามายังที่ซอยจุฬา 50 สายตาก็เหลือบไปเห็นชื่อร้านอาหาร “อย่าลืมฉัน” อุบ๊ะ..แหมชื่อร้านออกจะเก๋ไก๋แบบย้อนยุคเสียด้วย ทำให้คิดถึงบทเพลงของวงชาตรีขึ้นมาในทันที ประกอบกันกับท้องเริ่มร้องจ๊อกๆ ว่าแล้วก็รีบลงจากรถเข้าไปแวะชิมเมนูเด็ดข้างในร้านกันดีกว่า

อย่าลืมฉัน”  เป็นร้านอาหารในสไตล์พื้นเมืองจันทบุรี ที่ยกครัวความอร่อยในแบบฉบับของคนเมืองจันทบุรีเชิญชวนให้มานั่งทานข้าวในบรรยากาศสบายๆ เป็นกันเอง  ภายในร้านเป็นห้องแอร์ มี 2 ชั้น โปร่งโล่งสบายตา  มีการดีไซน์ออกแบบตกแต่งร้านแบบเรียบง่าย แต่มีสไตล์  มีมุมให้นั่งทานทั้งชั้นล่าง และชั้นบน ว่ากันว่าให้เลือกชิลล์ในความอร่อยกันตามอำเภอใจกันเลยทีเดียว

เรื่องรสชาติอาหารของที่นี่  โดดเด่นไปด้วยการนำเอาอาหารทะเลสดๆ จากเมืองจันทบุรี และตราด นำมาประยุกต์ปรุงแต่งให้เป็นอาหารไทยพื้นบ้านที่มีรสชาติจัดจ้านแซ่บซี๊ดส์จนน้ำลายสอ  ซึ่งนับเป็นสูตรเฉพาะที่ทางร้านคิดสร้างสรรค์เมนูขึ้นมาเป็นพิเศษ  รวมทั้งทางร้านยังใส่ใจในเรื่องของความสะอาด ความสดใหม่ของวัตถุดิบเป็นสำคัญ  เมนูอร่อยเด็ดสะระตี่ของร้านอย่าลืมฉันนั้น มีให้เลือกทานกันอย่างมากมาย แถมยังมีเมนูใหม่ๆ หมุนเวียนปรับเปลี่ยนมาให้ลิ้มลองความอร่อยกันอยู่เสมออีกด้วย

ประเดิมกันที่ “โครตเสี้ยน”

โครตเสี้ยน ชุดใหญ่ ความอร่อยแซ่บในราคาหลักร้อย ถือเป็นเมนูยอดฮิตติดดาว ที่ใครมาก็นิยมสั่งกันอยู่เสมอ  ก็เพราะว่าจัดเสิร์ฟกันแบบอลังการงานสร้าง  มีทั้งเตาแก๊สและหม้อไฟขนาดใหญ่  พร้อมมีน้ำซุปต้มยำน้ำข้นสูตรเด็ดพิเศษของทางร้าน คุณจะได้อร่อยแซ่บลิ้นไปกับอาหารทะเลสารพัดชนิด มีทั้ง  กุ้ง,กั้ง,ปลาหมึก ,ปูม้า และปลากะพง  พร้อมใส่ไข่แดงสดสีเหลืองทองอร่ามหลายๆ ฟอง ยังไม่หนำใจจัดเต็มกับมาม่า 2 ซองขนาดตูมๆ เรียกได้ว่าให้ต้มทานกันแบบเต็มสตีม  ก่อนจะทานขอแนะนำให้ท่านคลุกเคล้าเครื่องปรุงทุกๆ อย่างจนเข้าน้ำเข้าเนื้อ และต้มทานกันแบบร้อนๆ ยกซดน้ำซุปต้มยำรสแซ่บเข้มข้นอมเปรี้ยวอร่อยเด็ดถูกใจ พร้อมๆ กันกับการทานมาม่าเส้นเหนียวนุ่ม หอม และอาหารทะเลที่มีความสด หวาน อร่อย จนต้องเทใจให้เลยกับเมนูนี้

จานที่ 2 “ผัดกะเพรากั้ง”  แซ่บอร่อย ถูกใจ

หากใครชอบเปิบ “กั้ง” ต้องขอบอกให้รีบสั่ง “ผัดกะเพรากั้ง” ความอร่อยถึงใจในราคาหลักร้อย  ทั้งยังเป็นกั้งแก้ว ที่แกะเปลือกแล้วส่งตรงมาจากเมืองจันทบุรี  โดยทางร้านได้นำมาผัดกับใบกะเพรา ที่หอมกรุ่นครบเครื่องความอร่อย ท่านจะได้ลิ้มรสกับกั้งสดๆรสชาติหวานนุ่มเนื้อแสนแน่น ชุ่มฉ่ำไปด้วยน้ำกะเพราราดเข้มข้น ให้รสชาติเผ็ดร้อนแซ่บถูกลิ้นถูกใจ  จะทานกับข้าวสวยร้อนๆ ต้องขอบอกเลยว่า “หร่อยจังฮู้”

ปิดท้ายความอร่อยกันด้วยความแซ่บของ “ครกร้อนทะเลจันท์”

ครกร้อนทะเลจันท์ เมนูเด็ดที่อิ่มอร่อยในราคาหลักร้อยปลายๆ  เสิร์ฟมาแบบเก๋ไก๋ในครก (หม้อร้อนแบบเกาหลี) ข้างในเป็นข้าวคลุกกับน้ำพริกปูไข่ที่ทางร้านโขลกเอง ปรุงรสชาติตามสูตรเฉพาะ และท็อปโรยหน้าด้วยซีฟู้ดเนื้อแน่นๆ มีทั้ง กุ้ง, กั้ง และปู ซ้ำยังโรยหน้าด้วยไข่ปู  ก่อนทานต้องคลุกเคล้าเครื่องเคียงทุกๆ อย่างให้เข้ากัน เมื่อทานแล้วจะสัมผัสได้ถึงเม็ดข้าวที่นุ่มชุ่มไปด้วยน้ำพริกปูไข่ครบรส ทั้งเปรี้ยว หวาน เผ็ด ทั้งยังเข้ากันดีเหลือหลายกับเนื้อกุ้ง กั้งและเนื้อปูที่มีรสชาติสดหวานละมุนลิ้นอีกด้วย

ทว่าทางร้านอย่าลืมฉัน ยังมีเมนูเด็ดอื่นๆ ที่ชวนมาลิ้มลองความอร่อยกันอีกมากมาย เช่น ปลากะพงทอดน้ำปลา ,ปูนิ่มกระเทียมพริกไทยดำ ,กุ้งราดซอสมะขาม ฯลฯ  ที่รอให้ผู้ที่ชื่นชอบในรสชาติความอร่อยของอาหารทะเลสดๆ  แล้วนำมาปรุงเป็นเมนูอาหารไทยรสแซ่บ เด็ดดวงถูกใจ ให้ได้ตามมาลิ้มลองความอร่อยกันยังที่ร้าน “อย่าลืมฉัน” ว่าแล้วก็อย่าลืมหาเวลาว่างตามทานกันได้จ้า

คุณ บ๊อบ และศรีภรรยา คู่ใจ แห่ง “อย่าลืมฉัน”

“อย่าลืมฉัน” ตั้งอยู่ที่ 218-220 ซอยจุฬา 50 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ การเดินทางจากหัวลำโพง วิ่งตรงมาที่ถนนพระราม 4 ก่อนถึงแยกสามย่าน ให้เลี้ยวเข้าซอยจุฬา 11 แล้วเลี้ยวขวาเข้าซอยจุฬา 50 จะเห็นร้านอย่าลืมฉันอยู่ทางด้านขวามือ เปิดอังคาร-อาทิตย์ (หยุดวันจันทร์) ตั้งแต่ เวลา 10.30 – 21.00 น. ควรโทรมาจองโต๊ะก่อน โทร. 0-2611-6220, 08-1642-5215, 08-1812-6592 และมีอีก 1 สาขา อยู่ตรงสี่แยกสะพานควาย โทร. 0-2073-6024, 09-8549-7878

พาไปชิมโดย  : Piyoros Authumdhewa

Share this: