APP DOWNLOAD: iPhoneAndroidAPK

เสียงกึกก้องกัมปนาทของสายน้ำที่สาดกระทบแผ่นหินซ่านกระเซ็นไปทั่วคุ้งน้ำ  พลังของสายน้ำโขงอันยิ่งใหญ่ ที่ดูแล้วจะไม่อาจหยุดยั้งคนลาวเล็กๆ กลุ่มหนึ่งบนชะง่อนผาอันแหลมคมของคอนพะเพ็ง ชาวประมงเหล่านี้เสี่ยงภัยเสี่ยงชีวิตอย่างไม่สะทกสะท้าน  เพียงเพื่อจะตักปลาจากโต่งและลอบของพวกเขา ภาพของคนหาปลานี้ อาจเป็นที่กังขาของคนต่างถิ่นอย่างเรา  ว่ากันว่าเมื่อแม่น้ำโขงอันมีลักษณะพิเศษเช่นนี้ ได้สร้างให้ “คนลาวลุ่ม” เหล่านี้ ปรับเข้าหาและหาหนทางอยู่ร่วมกันด้วยในลักษณะพึ่งพาได้อย่างลงตัว

 “มหานทีสี่พันดอน”  ในความหมายของชาวลาวก็คือ ผืนน้ำอันกว้างใหญ่ไพศาล  ซึ่งมีเกาะแก่งกว่าสี่พันแห่ง  เป็นช่วงของแม่น้ำโขงที่มีความกว้างอย่างมากมาย (บางข้อมูลว่าเป็นช่วงที่กว้างที่สุดของแม่น้ำโขง)  ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของแขวงจำปาสัก สปป.ลาว  ด้วยความมากมายมหาศาลของเกาะแก่งน้อยใหญ่  คนลาวจึงตั้งชื่อให้เป็นดินแดนแห่ง“สี่พันดอน” หรือ ดินแดนแห่ง “มหานทีสี่พันดอน” นั่นเอง การที่แม่น้ำแยกตัวออกเป็นหลายๆ สายนี่เอง  ทำให้ความกว้างของแม่น้ำขยายตัวออกไปถึง 15 กิโลเมตร นับว่าเป็นช่วงที่กว้างที่สุดในประเทศลาว  เมื่อสายน้ำแต่ละสายไหลพุ่งมาปะทะกับแนวหินชั้นดอนดินต่างๆ ที่มีระดับแตกต่างกัน  จึงก่อให้เกิดวังน้ำเป็นที่อยู่อาศัยอันอุดมสมบูรณ์ของฝูงปลาอีกด้วย

จากความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ ที่มีความหลากหลายทางภูมิศาสตร์ ชาวลาวจึงได้พลิกแพลงภูมิปัญญาเฉพาะถิ่นให้เหมาะสมกับการดำรงชีพกับปลาด้วยสภาพที่แตกต่าง  มีทั้ง แห มองเบ็ด จนถึงการดำน้ำยิงปลาในถ้ำโพรงใต้น้ำ ที่บางคราวอาจต้องเผชิญกับปลาแข้ ปลากด ปลาเคิง ที่มีขนาดใหญ่ มีน้ำหนักตัวมากกว่าคนอย่างเราๆ เสียอีก ด้วยความอุดมของธรรมชาติ เปรียบดั่งสินในน้ำอันมั่งคั่ง และเป็นอาณาจักรของฝูงมัจฉานี้เอง  จึงมีคำกล่าวของชาวสี่พันดอนว่า หากอยากจะกินปลา ก็เพียงตั้งหม้อน้ำค้างเตาไฟไว้ปลาจะกระโดดลงมาเอง

ถ้าเอ่ยถึงมหานทีสี่พันดอน ไฮไลท์สำคัญของที่นี่ก็คือ “น้ำตกคอนพะเพ็ง” หรือ “คอนพะเพ็ง” ซึ่งคือความมหัศจรรย์แห่งสายน้ำอันยิ่งใหญ่อลังการ จนได้รับการขนานนามให้เป็น ไนแองการ่าแห่งเอเชีย”  หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวอันเลื่องชื่อของสปป.ลาว  ทั้งยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวในดวงใจของนักท่องเที่ยวแนวแอดเวนเจอร์หลายๆ คนอีกด้วย

นอกจากน้ำตกคอนพะเพ็งแล้ว ในดินแดนแม่น้ำโขงบริเวณมหานทีสี่พันดอน เหนือน้ำตกคอนพะเพ็งขึ้นไปในเขต “เมืองโขง” ยังเป็นที่ตั้งของ“ดอน”หรือ“เกาะ”ขนาดใหญ่อยู่อีกหลากหลายเกาะ ซึ่งบนดอนหรือเกาะใหญ่เหล่านั้น นอกจากจะมีผู้คนอยู่อาศัยพำนักพักพิงแล้ว  บางดอนยังเป็นเกาะท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงกลางลำน้ำโขง เช่น ดอนโสม-ดอนโขง

สำหรับดอนโขง ซึ่งเป็นเกาะ(น้ำจืด) ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของสปป.ลาว และยังเป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของมหานทีสี่พันดอนอีกด้วย  บนดอนโขงมีถนนใหญ่ที่รถยนต์สามารถวิ่งผ่านไปมาได้อย่างสะดวกสบาย  โดยสภาพถนนเป็นถนนลาดยาง ขณะที่การเดินทางสู่ดอนโขงด้วยเส้นทางปกติด้วยทางรถยนต์นั้น ก็ไม่ลำบากยากเย็น  เพราะมีสะพานรถยนต์ที่สร้างข้ามแม่น้ำโขงเชื่อมต่อระหว่างแผ่นดินใหญ่ในเมืองโขงกับเกาะดอนโขง  ถ้าเรามาทางอุบลฯ บ้านเรา เมื่อผ่านช่องเม็กเข้าสู่เขตแดนลาว  ก็สามารถนั่งรถผ่านจากปากเซลงใต้สู่ดอนโขงได้ในเวลาไม่เพียงกี่ชั่วโมงเท่านั้น

ดอนโขงในวันนี้ ได้กลายมาเป็นเกาะท่องเที่ยวที่กำลังมีความเจริญเติบโต  มีการสร้างที่พักใหม่ๆ เพิ่มขึ้นบริเวณริมฝั่งโขง  ซึ่งหลังจากได้มานอนพักค้างที่นี่ในค่ำคืนส่งท้ายของทริป  ก็ได้สัมผัสกับบรรยากาศของธรรมชาติ ที่มีความงดงามและยังคงความดิบ น่าเที่ยวน่าพักผ่อนเพื่อผ่อนคลายเป็นอย่างยิ่ง และด้วยอุปนิสัยใจคอของชาวลาว ซึ่งมีความอบอุ่นใกล้เคียงกับคนไทย ยิ่งทำให้การท่องไพรที่ลาวในครั้งนี้นั้นได้อรรถรส

ในวันสุดท้ายของการเดินทาง “สะบายดี”  พร้อมรอยยิ้มและแววตาอันใสซื่อ  อันมีความไพเราะและน่ารัก  ซึ่งเป็นคำกล่าวอำลาของชาวลาว และคณะเจ้าหน้าที่ที่ต่างเดินทางมาส่งยังสนามบิน  ฟังแล้วก็มีเสน่ห์น่าจดจำเสียนี่กระไร เราปิดทริปมหานทีสี่พันดอนด้วยความอาลัยแฝงไปด้วยหัวใจเศร้าๆ เป็นที่สุด  ภาพความประทับใจทุกๆ ภาพและความทรงจำดีๆ ก็ยังคงตราตรึงอยู่ในหัวใจอยู่เสมอ คิดไว้ว่าสักวันเราคงได้พบกันและกล่าวคำว่า สะบายดี กันอีกครั้ง.

Story/Photo : ปิโยรส อุทุมเทวา

 

 

 

 

Share this: