APP DOWNLOAD: iPhoneAndroidAPK

            สวัสดีปีใหม่ 2561 อันเป็นปีนักกษัตริย์ จอ ปีที่แล้วเป็นปีไก่ ซึ่งได้โบยบินกลับถิ่นฐานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ว่าแล้วเพื่อมิให้เป็นการเสียเวลา เรามาประเดิม Check – in ท่องเที่ยวต้อนรับปีจอกันที่ “ถนนพระอาทิตย์” ว่ากันว่าเป็นถนนท่องเที่ยวสุดแสนคลาสสิกที่อยู่ในดวงใจของคนกรุงเทพฯ ก็ว่าได้ ซึ่งนับเป็นหนึ่งในถนนสายวัฒนธรรมที่มีชื่อเสียงของกรุงเทพฯ ที่รายล้อมไปด้วยย่านชุมชนและแหล่งการค้าที่มีความเก่าแก่  มีทั้งโบราณสถาน สถานที่ท่องเที่ยว รวมถึงอาคาร สิ่งปลูกสร้าง ที่มีรูปแบบสถาปัตยกรรมอันมีความเก่าแก่มีความสวยงาม และมีรูปแบบเฉพาะตัวที่มีความโดดเด่น  โดยเป็นการผสมผสานกันของสถาปัตยกรรมแบบเก่าและใหม่ได้อย่างลงตัว ตลอดจนวิถีชีวิตของผู้คนบนถนนสายนี้นั้น  ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ยุคกี่สมัย ก็ยังคงมีวิถีดั้งเดิมไม่มีเปลี่ยนแปลง

เดิมที่ดินบริเวณตึกแถวโค้งถนนพระอาทิตย์แห่งนี้ เป็นพื้นที่ของวังเดิม คือ วังริมป้อมพระสุเมรุ (ป้อมพระสุเมรุสร้างในสมัยรัชกาลที่ 1 เป็นหนึ่งในสิบสี่ป้อมที่สร้างพร้อมกับกำแพงพระนครและเป็นหนึ่งในสองป้อมที่เหลืออยู่ในปัจจุบัน)  วังดังที่ว่านี้ คือ พระตำหนักของสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท  เมื่อครั้งทรงปฏิบัติราชการในสมัยกรุงธนบุรี  เมื่อสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท ได้เสด็จมาประทับที่พระราชวังบวรสถานมงคลแล้ว จึงพระราชทานที่ดินบริเวณนี้ ให้เป็นที่ประทับของ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ  เจ้าฟ้ากรมหลวงจักรเจษฎา สมเด็จพระอนุชาธิราชพระองค์เล็ก ทั้งนี้เพื่อให้ทรงช่วยกำกับดูแลการรักษา พระนครทางด้านเหนือ

ต่อมาในปี พ.ศ. 2450 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ทรงโปรดเกล้าฯ ให้รื้อกำแพงพระนคร และมีพระราชดำริในการพัฒนาพระนครให้เจริญทัดเทียมอารยะประเทศ โปรดให้มีการตัดถนน และการก่อสร้างอาคารตึกแถวเลียบกำแพงเมืองทางด้านเหนือ มีลักษณะเป็นถนนสายเล็กๆ คือ ถนนพระอาทิตย์ และถนนพระสุเมรุ  ซึ่งถนนที่ตัดในระยะเดียวกันคือ ถนนเจ้าฟ้า ถนนจักรพงษ์ ถนนไกรสีห์ ถนนข้าวสาร ถนนประชาธิปไตย และถนนราชดำเนิน  ส่วนพื้นที่บริเวณวังริมป้อมพระสุเมรุ เมื่อสมเด็จเจ้าฟ้ากรมหลวงจักรเจษฎา สิ้นพระชนม์แล้วไม่มีผู้ใดเข้ามาประทับ จึงได้ตกมาอยู่ในความดูแลและใช้งานโดยกระทรวงนครบาล และกรมพระคลังข้างที่ตามลำดับ

ตึกแถวบริเวณโค้งถนนพระอาทิตย์นั้น ไม่ปรากฏหลักฐานปี ที่ดำเนินการก่อสร้างที่แน่ชัด แต่จากการสืบค้นเปรียบเทียบข้อมูลจากแผนที่กรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2450 ซึ่งยังไม่ปรากฏพิกัดอาคารตึกแถวโค้งพระอาทิตย์ในแผนที่เปรียบเทียบกับหลักฐานการส่งมอบที่ดินพร้อมกับสิ่งปลูกสร้างอาคารตึกแถวดังกล่าว จากกระทรวงนครบาล สู่พระคลังข้างที่ ปี พ.ศ. 2469 จึงสามารถสันนิษฐานช่วงเวลาในการสร้างอาคารตึกแถวโค้งพระอาทิตย์ ว่าอยู่ในช่วงปี พ.ศ. 2451-2468 ตรงกับรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6) ซึ่งอาคารและที่ดินดังกล่าว ได้อยู่ในความดูแลของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์สืบมาจวบจนถึงปัจจุบัน  ซึ่งตึกแถวบริเวณโค้งถนนพระอาทิตย์แห่งนี้  เป็นอาคารโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก สูง 2 ชั้น โดยวางผังอาคารตามโค้งถนน หลังคาเป็นทรงจั่ว แต่เดิมมุงกระเบื้องว่าวปัจจุบันได้มีการเปลี่ยนแปลงวัสดุไปเกือบทั้งหมด และมีแนวผนังกันไฟเป็นระยะ

สถานที่ท่องเที่ยว ณ ถนนพระอาทิตย์ มีความโดดเด่นและน่าเที่ยวในวันหยุดหลายๆ วัน ที่สุดแสนจะชิลล์ อาทิ สวนสันติชัยปราการและพระที่นั่งสันติชัยปราการ ที่มีตราสัญลักษณ์งานเฉลิมพระเกียรติมาประดับไว้ พร้อมกับท่ารับเสด็จขึ้นลงเรือพระที่นั่ง เพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายเป็นที่จัดพระราชประเพณีต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณสวนสันติชัยปราการอันเป็นสวนสาธารณะ เหมาะสำหรับคนชอบบรรยากาศธรรมชาติ เพราะมีต้นไม้นานาชนิด สามารถไปนั่งเล่น นอนเล่น เดินเล่น หรือจะหยิบหนังสือเล่มโปรดสักเล่มขึ้นมาอ่านกันได้อย่างสบายอารมณ์  ซึ่งบริเวณโดยรอบของป้อมพระสุเมรุ  มีทั้งความโรแมนติก และความคลาสสิก เพราะทำเลที่ตั้งของสวนนั้นติดกับแม่น้ำเจ้าพระยาที่มีความสวยงามอีกด้วย

ในช่วงเย็นเรายังจะได้ชมวิวทิวทัศน์ของคุ้งแม่น้ำเจ้าพระยาที่มีความสวยงาม  ยามโพล้เพล้จะได้สัมผัสบรรยากาศของแสงสวยๆ จากสะพานพระรามแปดอีกด้วย ต้องขอบอกไว้เลยว่าอย่าลืมนำกล้องคู่ใจหรือมือถือคู่ชีพ มาถ่ายภาพหรือจะเซลล์ฟี่กันหลายๆ ช็อตก็ฟินกันแบบสุดๆ  ซึ่งที่สวนสันติชัยปราการแห่งนี้นั้น ยังเป็นสวนสาธารณะเพียงไม่กี่แห่งของกรุงเทพฯ ที่เปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถชมกระบวนพยุหยาตราทางชลมารคในพระราชพิธีถวายผ้าพระกฐินได้อย่างชัดเจนอีกด้วย

มาที่ถนนพระอาทิตย์ทั้งที ถ้าไม่เปิบเมนูเด็ดอันขึ้นชื่อ ก็เหมือนยังมาไม่ถึงคุณว่าไหม ? อย่าง ร้านโรตีมะตะบะ เปิดกิจการมาหลายอย่างยาวนานหลายสิบปี  ที่มีรสชาติอร่อยกลมกล่อม หรือจะเป็นร้านอาหารสไตล์เท่ห์ๆ อย่าง Joy Luck Club  ที่เตะตาเตะใจจนต้องแวะเข้าร้าน ,ร้านคุณแดงก๋วยจั๊บญวน ร้านนี้เป็นร้านเล็กๆ และขายแต่ก๋วยจั๊บญวนอย่างเดียว เคล็ดลับของก๋วยจั๊บร้านคุณแดงก็คือ น้ำซุปที่เข้มข้นถูกปากถูกใจลูกค้า ทั้งเส้นก๋วยจั๊บที่ใช้วัตถุดิบที่มีความสดใหม่อยู่เสมอ เครื่องปรุงครบสูตร หมูยอก็ใช้หมูยอเนื้อพริกไทยดำรสเด็ด ที่สั่งมาเป็นพิเศษจากร้านแม่ฮาย จ.อุบลราชธานี แต่ขายในราคามิตรภาพ , Hook Board Game Café  ร้านคาเฟ่บอร์ดเกมชื่อดังย่านถนนพระอาทิตย์ ที่มีเกมส์ให้เลือกเล่นถึง 120 เกมส์ นอกจากเกมส์แล้ว ยังมีอาหารสไตล์แม็กซิกันให้เลือกทานในระหว่างเล่นเกมส์ อาหารอร่อย ถูกใจสาวกเกมส์บอร์ดอย่างแน่นอน

ใครที่ชอบทานเนื้อต้องมาที่ ร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อนายโส่ย ตกแต่งอย่างเรียบง่ายและมีบรรยากาศสบายๆ วัตถุดิบเลือกสรรอย่างดีใส่ใจทุกขั้นตอน เมนูอาหารยอดนิยม เช่น ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นเนื้อ เนื้อสด เนื้อเปื่อย อันเป็นสูตรเฉพาะของทางร้านมีรสชาติที่เข้มข้นกลมกล่อมหอมอร่อย, ร้านนายหง่าวข้าวคลุกกะปิ ตั้งอยู่ตรงข้าม สถานีข่าว ASTV เยื้องสวนสาธารณะสันติชัยปราการ ในย่านพระอาทิตย์ไม่มีใครที่ไม่รู้จักร้านนี้ ข้าวคลุกกะปิรสชาติอร่อยหอมเข้มข้น ข้าวเม็ดสวยเนียนไม่แข็งและแฉะจนเกินไป พร้อมเครื่องเคียงจัดเต็มให้กับความอร่อย, ร้านก๋วยเตี๋ยวเรือท่าพระอาทิตย์ เป็นร้านที่มีความเก่าแก่สืบทอดต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น บรรยากาศของร้านสบายๆ  สไตล์การตกแต่งเป็นแบบไทยๆ สุดคลาสสิก จุดเด่นของร้านประดับประดาด้วยโคมไฟสวยงาม, ร้านจานโปรด เป็นร้านอาหารแนวใหม่ ที่เสิร์ฟอาหารโดยอิงกับเรื่องราวของโหราศาสตร์ เพื่อให้ลูกค้าได้ทานอาหารที่เหมาะกับราศีของตน

ปิดท้ายกันด้วย Saffron ร้านขนมดังย่านถนนพระอาทิตย์ แค่ก้าวเข้ามาในร้านคุณจะได้กลิ่นอายความหอมของกาแฟ อันรายล้อมไปด้วยขนมและเบเกอร์รี่นานาชนิด กับบรรยากาศสุดชิลล์ มีมุมให้นั่งจิบกาแฟประมาณ 4-5 โต๊ะ นอกจากนี้ทางร้านแซฟฟร่อน ยังมีบริการสั่งทำเค้กสำหรับโอกาสต่างๆ อีกด้วย ฯลฯ

นอกเหนือไปจากความเก่าแก่สุดคลาสสิกของถนนพระอาทิตย์แล้ว เสน่ห์ของถนนพระอาทิตย์ ยังเลื่องลือในเรื่องของการขายสินค้าประเภทต่างๆ ใน ราคาประหยัด ทั้งของมือสอง มือหนึ่งราคาถูกจากต่างประเทศ ซึ่งตั้งอยู่ตามตรอกตามซอยเล็กๆ  แต่ก็ต้องดูให้ดีๆ ตาดีได้ตาร้ายเสียอะไรทำนองนั้น

ถนนพระอาทิตย์ จึงนับเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่มีความสวยงาม และหลายหลากไปด้วยของทานอร่อยๆจำนวนมากมาย ทั้งยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติมาเป็นเวลาช้านาน ในวันหยุดยาวๆ เช่นนี้ เราไปเติมพลัง ไปชาร์ตแบตกันให้เต็มที่ เตรียมความพร้อมของร่างกายและจิตใจ เพื่อต้อนรับการทำงานในปีใหม่นี้  อย่าลืมเป็นเจ้าบ้านที่ดีกันด้วยนะครับ เพื่อให้นักท่องเที่ยวประทับใจและจดจำในความน่ารักของคนไทยและประเทศไทย..ให้สมดั่งคำ… “สยามเมืองยิ้ม”…จ้า..

Story/Photo : Piyoros Uthumdhewa

 

 

Share this: