วีระศักดิ์ เร่งผสานทุกภาคส่วน พัฒนาท่องเที่ยวไทยสู่ความมั่งคั่งยั่งยืน

258
APP DOWNLOAD: iPhoneAndroidAPK

 

รมต.ท่องเที่ยว เร่งบูรณาการการทำงานของทุกภาคส่วน เชื่อมโยงทุกๆ พื้นที่ เน้นด้านวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างท่องเที่ยวไทยให้มีคุณค่า ในโอกาสจับเข่าคุยสบาย ๆ ในสไตล์รัฐมนตรีท่องเที่ยว  หัวข้อ ชวนเที่ยวไทยอย่างรู้คุณค่า สู่ความมั่งคั่งและยั่งยืนในแบบไทยแลนด์4.0”  ซึ่งจัดโดยมีเดีย แอนด์ บล็อกเกอร์ คลับ ณ โรงแรมเอเวอร์กรีน เพลส กรุงเทพ เมื่อวันที่ 23 ธ.ค.60 ที่ผ่านมา เผยในโอกาสที่รับตำแหน่ง จะวางรากฐานและทำให้การท่องเที่ยวเปรียบดั่งเครื่องมือของประเทศ เพื่อสร้างรายได้ ลดเหลื่อมล้ำ เน้นย้ำด้านการพัฒนาอุปทานใน 3 เรื่อง ทั้งเปิดศูนย์สร้าง-ซ่อมแจ้งปัญหาแหล่งท่องเที่ยวนำสู่การแก้ไขฟื้นฟู การพัฒนาคน-หลักสูตรและเปิดคลินิกท่องเที่ยว พร้อมชวนเชิญผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้อง เช่น แผนก CSR บริษัทต่าง ๆ มาร่วมด้วยช่วยกัน พลิกโฉมสู่การท่องเที่ยวอย่างมีคุณค่า เที่ยวแล้วยังได้ทำความดีตอบแทนสังคม 

มีเดีย แอนด์ บล็อกเกอร์ คลับเชิญชวนซีอีโอ ผู้บริหารในวงการท่องเที่ยว บล็อกเกอร์และสื่อต่างๆ ร่วมฟังการพูดคุยสบาย ๆ สไตล์รัฐมนตรีท่องเที่ยว โดย นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในหัวข้อ ชวนเที่ยวไทยอย่างรู้คุณค่า สู่ความมั่งคั่งและยั่งยืนในแบบไทยแลนด์4.0 ณ โรงแรมเอเวอร์กรีน เพลส กรุงเทพ เมื่อวันที่ 22 ธ.ค.60 ที่ผ่านมา ซึ่งมีผู้ให้ความสนใจเข้าร่วมงานจำนวนมาก

นายวีระศักดิ์ รมต.การท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า “ประเทศไทยคือจุดหมายปลายทาง ที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนเป็นจำนวนมาก โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ซึ่งพึ่งต้อนรับนักท่องเที่ยวคนที่ 34 ล้านของปี 2560 ไปเมื่อวันที่ 21 ธันวาคมที่ผ่านมา  โดยเป็นนักท่องเที่ยวที่เดินทางจากกรุงไทเป ไต้หวัน และยังต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวอเมริกันที่เดินทางมายังประเทศไทยเป็นคนที่ 1 ล้านของปี 2560 โดยคาดว่าจะพบนักท่องเที่ยวคนที่ 35 ล้านได้ก่อนฉลองปีใหม่ 2561 นี้ ซึ่งมีไม่กี่ประเทศที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากมายแบบนี้  ในช่วง 4-6 ปีข้างหน้าตัวเลข อาจจะทะลุถึง 40 ล้านคนในอนาคตอันใกล้นี้

ดังนั้นประเทศไทยจึงจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมในหลายๆ ด้าน เพื่อส่งเสริมสนับสนุนการท่องเที่ยว ซึ่งตนได้ประกาศนโยบายหลังเข้ารับตำแหน่ง โดยมุ่งเน้นการบูรณาการ ทำงานด้านการท่องเที่ยวและกีฬาให้สอดคล้องและเชื่อมโยงยุทธศาสตร์ชาติและแผนปฏิรูปประเทศ นโยบายของรัฐบาล ตลอดจนการบูรณาการทำงานระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ อีกทั้งส่งเสริมการท่องเที่ยวให้มีความยั่งยืนในด้านสังคม วัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม

รมต.ท่องเที่ยว กล่าวเสริมว่า เวลาที่ผ่านมามักทำงานท่องเที่ยวกันในด้านดีมานด์หรืออุปสงค์ แต่ตนนั้นจะเน้นการพัฒนาด้านท่องเที่ยวจากฐาน ซัพพลายหรือุปทาน มุ่งทำให้การท่องเที่ยวเป็นเครื่องมือใหม่แห่งชาติ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ ซึ่งจะเน้นพัฒนาใน 3 เรื่อง ดังนี้

  1. ศูนย์แจ้งซ่อม เพื่อให้ประชาชนทั่วไปสามารถแจ้งหรือส่งภาพที่ไม่สวยงาม รวมทั้งปัญหาของสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ เข้ามา เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาและฟื้นฟู แหล่งท่องเที่ยวให้มีความสวยงามน่าท่องเที่ยวอีกต่อไป ประชาชนกลุ่มนี้จะเป็นเสมือนจิตอาสา ส่งภาพเข้ามา ซึ่งภาพเหล่านี้จะถูกนำมาลำดับชั้นว่า มีปัญหาหนักเบาหรืออยู่ในภาวะเสื่อมโทรมมากน้อยอย่างไร จากนั้นนำมาแยกประเภท เพื่อนำสู่การสร้างซ่อมต่อไป
  2. สร้างคนและหลักสูตร เพื่อตอบสนองอุตสาหกรรมการบริการ การท่องเที่ยวของประเทศ โดยมีความร่วมมือของหน่วยงานภาคการศึกษา นำอุตสาหกรรมมาตั้งโจทย์ เพื่อปรับเป็นหลักสูตรที่ตอบสนองความต้องการของภาคอุตสาหกรรมได้

3. เปิดคลินิกด้านท่องเที่ยว  โดยมีหน้าที่ให้คำปรึกษา ให้ความรู้และให้ข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวที่มีปัญหา โดยเชิญชวนผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้อง บริษัท พนักงานแผนกกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR)  หากต้องการจะจัดกิจกรรม ก็สามารถมาร่วมช่วยแก้ปัญหาแหล่งท่องเที่ยวตามที่คลินิกนำเสนอได้  ซึ่งจะทำให้การท่องเที่ยวเกิดคุณค่า เมื่อได้ไปเที่ยวแล้ว ยังได้กระทำความดีไปด้วยพร้อมๆ กัน เช่น  กิจกรรมเก็บขยะ ปลูกต้นไม้ ฯลฯ

” เหมือนที่ ตูน”  บอดี้สแลม ออกมาวิ่ง อันนี้ไม่ใช่วิ่งเพื่อรับบริจาคแต่เพียงอย่างเดียว  หากมองให้ลึกๆ แล้ว เขามีเป้าหมายมากกว่านั้น เขาออกมาสร้างคุณค่า ทำให้การวิ่ง เป็นกีฬาที่ช่วยแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำไปด้วยในตัว ทำให้ผู้ยากไร้ได้มีโอกาสในการรักษาพยาบาล สิ่งที่คุณตูนทำ ไม่ใช่การวิ่งเพื่อหาเงิน  แต่สิ่งที่มากกว่านั้นคือ เขาต้องการบอกให้รู้ว่า เรามาออกกำลังกายกัน เพื่อให้มีสุขภาพแข็งแรง และไม่เจ็บป่วย ทั้งนี้ยังส่งเสริมนโยบาย สะดวก สะอาด ปลอดภัย ได้เอกลักษณ์และยั่งยืน  โดยใช้ตัวชี้วัดตามมาตรฐานของ (Global Sustainable Tourism Council Index: GSTC)  ซึ่งมีหลายสิ่งที่เล็งเห็นแล้วว่า ต้องมีการปรับแก้ อาทิ ด้านโลจิสติกส์  ซึ่งต้องผลักดันให้จัดตั้งคณะกรรมการด้านการท่องเที่ยวขึ้น  เพื่อเข้ามาแก้ปัญหาความแออัดด้านการขนส่งและภายในสนามบิน  รวมถึงการแก้ปัญหาเรื่องห้องน้ำสาธารณะ  ที่อาจใช้ประโยชน์จากห้องแถวในเขตเมือง เพื่อช่วยลดปัญหาห้องน้ำไม่เพียงพอ ในขณะเดียวกันก็ยังช่วยสร้างรายได้แก่ประชาชน  อีกทั้งสนับสนุนการนำเอาเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาใช้ในการพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย การประชาสัมพันธ์หรือการทำธุรกิจ นอกจากนี้ยังสนับสนุน การพัฒนาการท่องเที่ยว เพื่อนำร่องสู่เมืองรอง  ซึ่งเป็นกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น ชุมชน ทั้งยังสนับสนุนการท่องเที่ยวชุมชน เพื่อให้ได้เรียนรู้วิถีชีวิต วัฒนธรรมดั้งเดิมของชาวชุมชน

นายวีระศักดิ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า  “ในขณะเดียวกันท้องถิ่นและชุมชนยังมีความสำคัญ มีบทบาทเป็น ซัพพลายเชน โดยการส่งผลผลิตป้อนขายในท้องถิ่นอื่นๆ  ยกตัวอย่างเรากำลังจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมรัฐมนตรีท่องเที่ยวอาเซียน+3  ซึ่งจะมีขึ้นในช่วงเดือนมกราคม ปี 2561 ณ จังหวัดเชียงใหม่  ซึ่งมีกำหนดการแจ้งโรงแรมและหน่วยงานต่าง ๆ ที่จะประชุม โดยตนขอให้ไม่นำเข้าสิ่งใดเข้ามาเลย  ตนขอให้ใช้ผลิตผลและผลิตภัณฑ์ภายในท้องถิ่นเท่านั้น เพื่อให้ผู้มาร่วมประชุมได้พบเห็น ได้ทานอาหารที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของท้องถิ่นนั้นจริง ๆ  ซึ่งช่วยสร้างคุณค่าแก่สังคมและท้องถิ่นเหล่านั้น ตนขอสรุปโดยภาพรวมแล้ว กล่าวได้ว่า ทุกภาคส่วนต้องช่วยกันแก้ไขและพัฒนา เพื่อทำให้นโยบายเป้าหมายต่าง ๆ ประสบความสำเร็จ  ทำให้เมืองไทยเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีคุณค่าในสายตาของนักท่องเที่ยว  เมื่อมาเยือนแล้วเกิดความประทับใจ กลับมาเที่ยวใหม่อีกครั้ง  ซึ่งจากสถิติพบว่า มีนักท่องเที่ยวประมาณ 64% ที่ไม่ได้มาประเทศไทยครั้งแรก แต่กลับมีความชื่นชอบ ติดใจ และมาก็เพราะว่าเห็นคุณค่า รู้คุณค่าของการมาเที่ยวประเทศไทยในอนาคต” 

ด้านประธาน มีเดีย แอนด์ บล็อกเกอร์ คลับ สาธิตา โสรัสสะ” ซึ่งเป็นแม่งานในการผลักดันและทำให้เกิดการรวมพลังแห่งกลุ่มบล็อคเกอร์ อันเป็นสีสันและสร้างแรงสนับสนุนการท่องเที่ยวไทยให้มีความยั่งยืน กล่าวว่า

“ก่อนอื่นต้องกล่าวถึงความเป็นมาในการจัดตั้งก่อน  เราตั้งมาเมื่อ 3 ปี ที่แล้ว โดยเป็นการรวมตัวกันของคนทำสื่อทั้งออฟไลน์และออนไลน์จำนวน 11 คน ซึ่งเป็นอดีตผู้สื่อข่าวจากหลายๆ สำนัก ตนเองนั้นเดิมทีเป็นผู้สื่อข่าวอยู่ที่เดอะเนชั่นมา 30 ปี  มาวันหนึ่งเจ้านาย คุณสุทธิชัย หยุ่น เล่าให้ฟังว่า อีกไม่นานนักสื่อจะมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบ สิ่งพิมพ์จะตายเร็วๆ นี้ อันนี้แกเล่าให้ฟังมาเมื่อ 15 ปี ที่แล้ว แกบอกให้นักข่าวทุกๆ คนเริ่มปรับตัวในการทำงาน แต่ก็ไม่มีใครเชื่อ ทุกๆ วันนี้มันเปลี่ยนไปตามที่แกบอกจริงๆ ไม่นานนักตนก็ออกมาทำธุรกิจส่วนตัว โดยทั้งอีเวนท์ เขียนคอลัมน์ เป็นโกสไรท์เตอร์ ฯลฯ  เราเป็นทั้งนักเขียน ช่างภาพ สื่อมวลชนอิสระ นักเดินทางทั่วประเทศ รวมทั้งอาเซียน และทั่วโลก โดยเดินทางตั้งแต่ 20-70 ประเทศ ซึ่งมีความชื่นชอบในการเดินทางที่หลากหลาย ทั้งแบบกลุ่ม แบบ Solo และ F.I.T. หรือเดินทางโดยลำพัง ทั้งยังมีการออกแบบการเดินทางด้วยตนเอง ทั้งผจญภัย และแอดเวนเจอร์ มีความชำนาญเฉพาะด้าน โดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยวแบบ Niche อาทิ การถ่ายภาพ,เดินป่า แอดเวนเจอร์ ,ท่องเที่ยวเชิงกีฬา ,ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ,ดนตรี ฯลฯ ตนคิดว่าเรามีความพร้อมมากๆ ที่จะก้าวสู่สื่อในโลกยุคใหม่ ซึ่งสวนกระแสกับสื่อสิ่งพิมพ์ ที่กำลังจะปิดตัวลงในไม่ช้านี้ เราพยายามปรับปรุงรูปแบบการนำเสนอให้มีความน่าสนใจ มีธีมมีเรื่องราวในการนำเสนออยู่ตลอดเวลา ทำให้มีแฟนคลับ หรือผู้อ่านให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก ถ้านับแล้วก็หลายแสนคน  

ในปี 2561 ตนคิดว่าการแข่งขันของสื่อออนไลน์ จะมีความดุเดือด ดังนั้นจึงต้องปรับกลยุทธ์ในการนำเสนอ ที่ได้คุยกับทางทีมงานและคณะบล็อกเกอร์ทั้ง 11 ท่าน อาจจะมีการทำคลิ๊ปการเดินทางท่องเที่ยวในแต่สถานที่ ที่เราเดินทางไปทำงาน โดยเราเน้นในการเจอะเรื่องราวด้านท่องเที่ยว ที่มีความละเอียดลึกซึ้ง ที่ผ่านมาบล็อกเกอร์บางคน จะผลิตผลงานออกมาในรูปแบบของภาพที่สวยงาม ข้อมูลอ่านแล้วเข้าใจง่าย แต่ในปัจจุบันเราต้องปรับในเรื่องของสำนวนการเขียน เช่น ต้องน่าติดตาม มีไอเดียดี สนุก เหมาะสมกับคนรุ่นใหม่หรือยุคดิจิทัล ทั้งนี้เรายังจะได้ผนึกกำลังกับครีเอทีพ และสตูดิโอถ่ายภาพที่มีประสบการณ์ที่ รวมทั้งยังได้ติดต่อไปยังบล็อกเกอร์ชาวต่างชาติ ที่มีชื่อเสียง เช่น จีน เอเชีย และยุโรป เพื่อให้เกิดความหลากหลายของเนื้อหาและภาษา ซึ่งจะทำให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ได้อ่านและสัมผัสกับข้อมูล ที่มีความหลากหลาย มีคุณภาพ มีความชัดเจน ทั้งยังช่วยสร้างจินตนาการให้แก่นักท่องเที่ยวและผู้อ่าน ทำให้อยากเดินทางไปท่องเที่ยวในประเทศไทย สร้างรายได้ให้กับประเทศชาติ  

ทั้งนี้เรายังมีความพร้อมที่จะผลิตคอนเท้นท์ ที่มีคุณภาพแนวใหม่ๆ ออกสู่ตลาด และเพิ่มจำนวนแฟนเพจ ด้วยกลยุทธ์ต่างๆ เพื่อรองรับลูกค้าจากวงการธุรกิจต่างๆ โดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยว อาหาร และสินค้าไลฟ์สไตล์ ซึ่งเป็นความถนัดในสายงานบล็อกเกอร์กลุ่มของเรา ปัจจุบันแม้ว่าจะมีบล็อกเกอร์เกิดขึ้นเป็นจำนวนมากมาย แต่ด้วยความเก๋าจากประสบการณ์ของบล็อกเกอร์ในทีม ซึ่งมีประสบการณ์กว่า 10-30 ปี และหลายคนยังเป็นผู้สื่อข่าวมาก่อน จึงเชื่อได้ว่าผลงานต่างๆ จะสามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้เป็นอย่างดี” สาธิตากล่าวทิ้งท้าย

Share this: