APP DOWNLOAD: iPhoneAndroidAPK

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยเผยการลงทุนหนุนเศรษฐกิจไทยปี 2561

เปิดแนวโน้ม 5 ธุรกิจปีจอฉายแววรุ่งโรจน์

         นางสาวณัฐพร ตรีรัตน์ศิริกุล ผู้บริหารงานวิจัย ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยว่า ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ปรับประมาณการขยายตัวเศรษฐกิจไทยปี 2560 เป็น 3.9% จากเดิมมองว่าจะเติบโต 3.7% หลังส่งออกขยายตัวดีกว่าคาดและ การท่องเที่ยวยังเป็นตัวขับเคลื่อน ส่วนปัจจัยที่ต้องติดตาม ยังต้องติดตามกำลังซื้อประชาชนในกลุ่มฐานราก จากราคาสินค้าเกษตรที่มีแนวโน้มชะลอลง หนี้ครัวเรือนที่อยู่ระดับสูง ปัจจัยทางการเมืองที่จะมีผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน ประเด็นภูมิรัฐศาสตร์ความตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลีที่ยังเป็นประเด็นต่อเนื่องไปยังปีหน้า รวมทั้งทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางหลักของโลก ที่เข้าสู่การปรับตัวให้เป็นปกติ ส่งผลต่อการทยอยตึงตัวของสภาพคล่องในระบบการเงิน และอาจจะส่งผลต่อความผันผวนของการเคลื่อนย้ายเงินทุน “เศรษฐกิจไทยในครึ่งปี 2561 จะขยายตัวได้ 4.0% โดยได้รับแรงหนุนจากการลงทุนเป็นหลัก ขณะที่บริโภคภาคเอกชนยังรักษาระดับการเติบโตได้ ส่วนมาตรการของภาครัฐจะช่วยประคองการใช้จ่ายของกลุ่มครัวเรือนฐานราก การลงทุนภาครัฐที่อยู่ในแผนการดำเนินงานปี 2561 คาดว่าจะมีเม็ดเงินเบิกจ่ายทยอยเข้าระบบในไตรมาส 2 ขณะที่การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ยังหนุนการส่งออกและท่องเที่ยวให้เติบโตได้”

นางสาวกาญจนา โชคไพศาลศิลป์ ผู้บริหารงานวิจัย ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยว่า ด้านภาพรวมของสินเชื่อระบบธนาคารพาณิชย์ปี 2560 ยังคงเติบโตตามคาดที่ 4% โดยสินเชื่อที่เติบโตได้ดี คือ สินเชื่อบ้าน และ สินเชื่อรถยนต์ ในขณะที่สินเชื่อที่เติบโตช้า เช่น สินเชื่อธุรกิจ และ สินเชื่อบัตรเครดิต โดยสินเชื่อส่วนบุคคลในปี 2561 ถูกคาดการณ์ว่าสินเชื่อระบบธนาคารจะเติบโตได้ประมาณ 4.5% โดยสินเชื่อรายใหญ่จะประคองทิศทางการเติบโตได้ดีกว่าสินเชื่อเอสเอ็มอี ในขณะที่สินเชื่อรายย่อยอาจโตได้ในกรอบจำกัด

ส่วนสินเชื่อธุรกิจโดยรวมในปีหน้าจะเติบโตได้ 3.5% จากปีนี้ 2.5%  ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐและเอกชน ส่วนสินเชื่อรายย่อยปีหน้าจะเติบโตได้ 5.5%  ลดลงจากปีนี้ที่ 6% ซึ่งแบ่งเป็นสินเชื่อบ้านปีหน้า คาดว่าจะเติบโต 6% จากปีนี้ 6.2% สินเชื่อรถปีหน้าจะเติบโต 5.5% จากปีนี้ 6.5% บัตรเครดิตปีหน้าจะเติบโต 6.5% จากปีนี้ 6% สินเชื่อส่วนบุคคลปีหน้าจะเติบโต 1% จากปีนี้ที่ยังทรงตัว ในขณะที่หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ปี 61 คาดจะอยู่ที่ 2.97%-2.98% ซึ่งทรงตัวในระดับเดียวกันกับปี 2560 โดยสัดส่วน NPL ต่อสินเชื่อรวมอาจเริ่มทรงตัวตามแนวทางการบริหารจัดการของแต่ละธนาคาร โดยกลุ่มที่ต้องดูแลใกล้ชิด ยังเป็นสินเชื่อเอสเอ็มอีธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับเกษตร และ อสังหาฯ การผลิตเหล็ก และ กลุ่มขายส่งทั่วไป และ สินเชื่อรายย่อย เช่น สินเชื่อบ้าน

แนวโน้ม 5 ธุรกิจปี 2561

นางสาวเกวลิน หวังพิชญสุข ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย กล่าวว่า ส่วนแนวโน้มธุรกิจในปี 2561 คาดการณ์ว่า ธุรกิจที่ยังเกี่ยวข้องกับการค้าปลีกออนไลน์ เช่น e-commerce, ขนส่ง, สื่อโฆษณา, การชำระเงิน ยังมีแรงผลักดันต่อเนื่องจากการเปลี่ยนผ่านรูปแบบการค้าแบบใหม่ ทั้งการไม่ต้องมีหน้าร้านและค้าขายบนแพลตฟอร์มออนไลน์ มีการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์เข้ามาสนับสนุน และมีการส่งสินค้าจากผู้ขายไปสู่ผู้ซื้อโดยตรงมากขึ้นลดพ่อค้าคนกลาง ซึ่งคาดว่าค้าปลีกออนไลน์จะเติบโตได้ 20-25% เลยทีเดียว

ด้านภาคการท่องเที่ยว คาดการเติบโตไว้ที่ 6.5-7.5% จากแนวโน้มที่นักท่องเที่ยวมีคุณภาพมากขึ้น แต่ในช่วงถัดไปอาจมีแรงกดดันด้านการแข่งขันจากการพึ่งพาตลาดจีนในสัดส่วนสูง  ซึ่งการใช้จ่ายต่อหัวเฉลี่ยของนักท่องเที่ยวต่างชาติมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยนักท่องเที่ยวจีนมีการใช้จ่ายต่อหัวอยู่ที่ 6,450 บาทต่อวัน มากกว่าค่าเฉลี่ยนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ใช้จ่าย 5,340 บาทต่อวัน

ด้านธุรกิจรถยนต์ และอิเล็กทรอนิกส์ มีเทรนด์ใหม่ เช่น รถยนต์ไฟฟ้า อุปกรณ์อัจฉริยะ(Iots) ขณะที่ผลต่อซัพพลายเชนยังขึ้นอยู่กับพฤติกรรมของผู้บริโภค ซึ่งต้องอาศัยเวลา โดยคาดว่าธุรกิจรถยนต์ จะเติบโตได้ 2.0-5.0% และอิเล็กทรอนิกส์จะเติบโต 2.3-4.4%  ขณะที่อสังหาริมทรัพย์ ผู้ประกอบการจำเป็นต้องเปิดโครงการเพื่อรับรู้รายได้ โดยด้านอุปทานยังคงคั่งค้างอาจมีระดับสูงใกล้เคียงกับปีก่อน โดยกลุ่มอสังหาริมทรัพย์จะเติบโต 0.0-2.0%

ปิดท้ายด้วยราคาสินค้าทางการเกษตรอาจผันผวนติดลบ 1.9%  เนื่องจากยังมีแรงกดดันจากปัจจัยอุปทาน(ผลผลิตและสต๊อก) ที่เพิ่มขึ้น รวมทั้งปัจจัยทางด้านราคาที่ทางเกษตรกรไม่สามารถที่จะควบคุมได้นั่นเอง

Share this: